เมื่อเวลา 14.55 น. วันที่ 21 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ว่า หลังจากที่สภาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. นี้ มีผลบังคับใช้แล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล และเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี กรมราชทัณฑ์และสถานพินิจต่างๆ มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 8 เพื่อดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการนิรโทษกรรมทุกคนโดยทันที โดยกำหนดการที่วางไว้จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด ชุดที่ 1 จะเป็นชุดพิจารณากลั่นกรองข้อร้องเรียน ชุดที่ 2 เป็นชุดสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับประชาชน และเปิดช่องทางในการรับข้อร้องเรียน
นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องที่อยู่ในการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ เบื้องต้นสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะมีหนังสือขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงผลการดำเนินงาน ตามกฎหมายฉบับนี้ ว่าได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง มีกี่คดี อย่างไร แล้วส่งมาที่คณะกรรมการภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันนี้ หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง และเปิดช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม หรือทางคดี มาตรวจสอบข้อมูล รวมถึงรู้ว่าคดีไหนที่อาจจะยังตกหล่นอยู่ก็สามารถร้องทุกข์ผ่านคณะกรรมการชุดนี้ได้
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการจะถือเป็นที่สุด เพื่อที่จะยุติความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ และเสริมสร้างสังคมสันติสุขขึ้นมาให้ได้จริงๆ สักที วันนี้เป็นก้าวแรกและมีข้อยุติแล้วว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างไร เราต้องการเห็นกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ทันที และต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน นับจากนี้ ประมาณถึงเดือน มี.ค. 2570
เราจะใช้การตีความในความหมายอย่างกว้าง เพราะอะไรที่เป็นประเด็นทางการเมือง จะเกิดความขัดแย้งทางความคิด เราจึงไม่ใช้หลักทางการศาลในการวินิจฉัย จะพยายามตีความให้กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายกำหนด เพราะเราต้องการสร้างสังคมสันติสุข จึงตีความอย่างกว้าง ไม่ใช่จะบอกว่าต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ ไม่มีนิยามที่ชัดเจน ดูเป็นกรณีไป นิรโทษกรรมให้เฉพาะกับคนที่ทำผิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ทำลายข้าวของ แต่ถ้าเป็นความผิดต่อส่วนตัวที่ประชาชนมีขึ้นระหว่างกัน ยังเป็นเรื่องสิทธิของแต่ละคนที่สามารถไปดูแลสิทธิของตัวเอง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้คนที่อยู่ในเรือนจำยังไม่ได้ออกมาเลยใช่หรือไม่หลังกฎหมายประกาศใช้ นายปกรณ์ กล่าวว่า เดี๋ยวจะมีหนังสือที่แจ้งมติดังกล่าวออกไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันนี้ อย่างไรก็ตามยอมรับว่า เมื่อกฎหมายประกาศใช้ออกมาทุกคนงงหมด ว่าทำได้เลยหรือไม่ และต้องรอคณะกรรมการชุดนี้หรือไม่ แต่ตอนนี้คณะกรรมการมีตัวตนแล้วและมีมติแล้ว คำวินิจฉัยของเราถือเป็นที่สุดแล้ว และทุกหน่วยงานทำได้เลยไม่ต้องกังวล
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการระบุจำนวนผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรมมีจำนวนเท่าใด นายปกรณ์ กล่าวว่า รายชื่อในเบื้องต้น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เราต้องมีการสอบทานกับหน่วยงานจริงๆ เมื่อเขาปฏิบัติไปแล้ว มีรายชื่อใครบ้าง มีเท่าไร จำนวนว่าใครได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่ ตนไม่กล้าบอกชัดเจน เพราะข้อมูลที่ได้มาเป็นข้อมูลเบื้องต้นจริงๆ
เมื่อถามว่า การตีความอย่างกว้างสามารถครอบคลุมไปถึงกรณีหน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริตที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐประหาร และตัดสินให้บุคคลนั้นมีความผิดทุจริตจะได้ประโยชน์ด้วยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า กฎหมายเขียนไว้ชัดแล้วว่าการทุจริตไม่เกี่ยว
เมื่อถามว่า ผู้ใช้สิทธิการเมืองที่รัฐธรรมนูญห้าม จะได้ประโยชน์จากกฎหมายนี้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า การนิรโทษกรรมคือไม่ได้ถือว่ากระทำความผิด ยืนยันว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะดำเนินการนิรโทษกรรมให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วันตามกรอบ เพราะหากล่าช้าจะกระทบต่อความยุติธรรม.


