สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ว่า น.ส.มาเรียนา คัตซาโรวา ผู้จัดทำรายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในรัสเซีย กล่าวต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) ในเมืองเจนีวา ว่ารัสเซียกลายเป็นหนึ่งในผู้กระทำความผิดมากที่สุดในด้าน “การปราบปรามข้ามชาติ” ผ่านการพยายามลอบสังหาร การทำร้ายร่างกาย และการวางยาพิษ
คัตซาโรวา กล่าวในแถลงการณ์ว่า รัสเซียขยายขอบเขตระบบการปราบปรามเชิงโครงสร้างที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ออกไปนอกพรมแดนของประเทศ โดยอ้างอิงรายงานฉบับใหม่ของเธอที่รวบรวมข้อมูลจากกรณีศึกษาที่ได้รับการบันทึกไว้ 400 กรณี
“การออกจากรัสเซีย ไม่ได้หมายความว่าจะรอดพ้นจากการปราบปรามของรัสเซียแต่อย่างใด” คัตซาโรวา กล่าวเพิ่มเติม ซึ่งรายงานของเธอระบุว่ามีผู้คนประมาณ 650,000-900,000 คน เดินทางออกจากรัสเซียนับตั้งแต่ปี 2565
นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังพบว่า เหตุการณ์ “การปราบปรามข้ามชาติ” เพิ่มขึ้นสามเท่า จาก 29 ครั้งในช่วงปี 2557-2564 เป็น 89 ครั้งระหว่างปี 2565-2567 โดยอ้างอิงข้อมูลจากภาคประชาสังคม
ขณะที่คัตซาโรวากล่าวเสริมว่า แม้รัสเซียมีประวัติศาสตร์อันยาวนานของการลอบสังหารและการข่มขู่ข้ามพรมแดน แต่วิธีการและขนาดของการโจมตีเป้าหมาย เปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงอย่างเปิดเผย ไปสู่เครื่องมือการบริหารจัดการทางดิจิทัลที่ซ่อนเร้น ซึ่งการปราบปรามของรัสเซียในปัจจุบัน ดำเนินการผ่านหมายจับ ฐานข้อมูล ธนาคาร ระบบดิจิทัล และตัวแทน
อนึ่ง รายงานของคัตซาโรวา อธิบายว่า ทางการรัสเซียขึ้นบัญชีบุคคลในรายชื่อ “ผู้ก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรง” ของหน่วยงานตรวจสอบทางการเงินของรัสเซีย “รอสฟินมอนิเตอริง” (Rosfinmonitoring) รวมถึงจำกัดบริการและเอกสารการเดินทางสำหรับพลเมืองที่อยู่ในต่างประเทศ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



