เมื่อวันที่ 23 ก.ย. สืบเนื่องจากนางแดง (นามสมมุติ) เดินทางมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า เช้าวันนี้แม่ได้รับข่าวร้าย ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ลูกสาวอายุ 14 ปี ที่อาศัยอยู่กับนายดำ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี อดีตสามีที่ จ.อุบลราชธานี ลูกสาวร้องไห้อย่างหนัก โทรฯ มาบอกแม่ว่า “หนูถูกพ่อข่มขืน” เรื่อยมาร่วม 3 ปี แล้ว ที่ผ่านมาหนูต้องยอมทนเพราะพ่อข่มขู่ห้ามบอกใคร มิฉะนั้นจะไม่ให้เงินไปโรงเรียน หนูกลัวจะไม่ได้เรียนหนังสือจึงไม่กล้าบอกใคร แต่ตอนนี้หนูทนไม่ไหวแล้ว

แม่กล่าวว่า แม่กับนายดำแยกทางกันตั้งแต่ลูกสาวยังเล็ก นายดำเอาลูกสาวไปเลี้ยงเอง และมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจนถูกจับติดคุกนาน 8 ปี ระหว่างนั้นญาติก็ช่วยเลี้ยงดูลูกสาวให้ กระทั่งปี 2565 นายดำพ้นโทษออกมา ก็รับลูกสาวจากญาติไปเลี้ยงดูเอง และกีดกันไม่ให้แม่ไปเจอลูกสาว กระทั่งวันนี้ลูกสาวได้แอบโทรศัพท์มาหาแม่ ขอให้แม่แจ้งนางปวีณามาช่วยเหลือ แม่ต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับนายดำ ที่กระทำกับลูกสาวแท้ๆ ได้ลงคอ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย

หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.รักพงษ์ บัวเทียน ผกก.สภ.กุดข้าวปุ้น ทันที โดยนางปวีณา สั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ นำรถตู้มูลนิธิปวีณาฯ พาแม่ซึ่งยากจนเดินทางไป จ.อุบลราชธานี เข้าแจ้งความกับ ผกก. เช้าวันนี้ และนางปวีณา ได้ประสาน นายนุศาสตร์ ซาเสน หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเดินทางไปที่ สภ.กุดข้าวปุ้น ด้วยวันนี้

ล่าสุด นางปวีณา ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.รักพงษ์ บัวเทียน ผกก.สภ.กุดข้าวปุ้น ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวนายดำ พ่อแท้ๆ ที่บ้านพักและนำตัวมาทำการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณา และบ้านพักเด็กฯ อุบลราชธานี ได้เดินทางไปที่โรงเรียนเพื่อรับตัว ด.ญ.เอ ผู้เสียหาย ตอนนี้ ด.ญ.เอ ปลอดภัยแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งตัว ด.ญ.เอ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและทำการสอบสหวิชาชีพ เบื้องต้นตำรวจแจ้งดำเนินคดีกับนายดำ พ่อที่ก่อเหตุในข้อหาเสพยาบ้า และข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปีซึ่งเป็นผู้สืบสันดานฯ โดยจะคุมตัวผู้ต้องหารายนี้ไปฝากขังศาลจังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 24 ก.ย. นี้

นางปวีณา ขอบคุณ พ.ต.อ.รักพงษ์ บัวเทียน ผกก.สภ.กุดข้าวปุ้น และนายนุศาสตร์ ซาเสน หัวหน้าบ้านพักเด็กฯ อุบลราชธานี ที่ทำงานอย่างรวดเร็ว มูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับเงินเยียวยา หลังจากนี้จะมีการสอบสหวิชาชีพมูลนิธิปวีณาฯ จึงฝากเด็กหญิงไว้ที่บ้านพักเด็กฯ อุบลราชธานี ก่อน หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนสอบสวน มูลนิธิปวีณาฯ จะรับแม่และเด็กกลับมา และจะประสานกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือย้ายโรงเรียนให้มาอยู่กับแม่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะติดตามการช่วยเหลือสองแม่ลูกผู้เสียหายร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ต่อไป