เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังพบว่ามีการติดป้ายประกาศขายบ้านหนีโจรขนาดใหญ่ไว้ที่บริเวณหน้าบ้าน ท่ามกลางความหวั่นวิตกของคนในชุมชนอย่างมาก เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าว ตั้งใกล้กับ สำนักงาน ปภ.เขต 6, ตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น, กองร้อยอาสารักษาดินแดนขอนแก่น และศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 และมีผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไป-มาจำนวนมาก โดยเมื่อไปถึง พบ น.ส.ฐานิดา อายุ 44 ปี เจ้าของบ้านกำลังให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 4 ที่ลงพื้นที่ทำการเก็บรอยนิ้วมือและหลักฐานต่างๆ อยู่ โดยมีคนในชุมชนแวะเวียนมาสอบถามรายละเอียดและให้กำลังใจเจ้าของบ้านอย่างต่อเนื่อง

น.ส.ฐานิดา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ โดยจะเข้ามาที่บ้านเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและนัดแนะทีมช่างมาทำความสะอาดและตัดหญ้า เนื่องจากครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพฯ และบ้านหลังดังกล่าวถูกปิดไว้อย่างมิดชิด แต่ก็มีการเปิดไฟแสงสว่างและมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบรอยทุบกระจกหน้าบ้านแตกและมีการเปิดกระจกเข้าไปในบ้าน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบ ว่าเกิดเหตุคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ในบ้านครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว และตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวได้

“ครั้งแรกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยคนร้ายมาตัดสายไฟฟ้าของบ้านตั้งแต่หม้อแปลงมาจนถึงตัวบ้าน เสียหายไปเกือบ 60,000 บาท แจ้งความกับตำรวจ สภ.ย่อยศิลา เรื่องก็เงียบ ครั้งต่อมาเมื่อช่วงกลางปี 2568 คนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์อีกครั้ง โดยเอาไปทุกอย่าง เหลือไว้เพียงตัวบ้านที่ไม่เอาไป แอร์, พัดลม, โทรทัศน์, พระพุทธรูป, โต๊ะ, เก้าอี้, จานชามช้อนส้อม เอาไปหมด เรียกได้ว่าเอาไปหมดบ้านจริงๆ ทั้งยังคงตัดสายกล้องวงจรปิด ถอดฮาร์ดดิสก์บันทึกภาพ รวมทั้งตัวกล้องไปด้วย มูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท และครั้งนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่ามีอะไรหายไปบ้าง” น.ส.ฐานิดา กล่าว

น.ส.ฐานิดา กล่าวอีกว่า หลังถูกคนร้ายก่อเหตุครั้งที่ 2 ก็มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมอีก 2 จุด มีการทำกำแพงสูงรอบบ้านตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากบ้านไม่มีคนอยู่ แต่ก็ไม่รอด โดนคนร้ายมาก่อเหตุอีกครั้ง และหวังว่าตำรวจจะจริงจังกับการจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นในเขตชุมชนและติดกับหน่วยงานราชการสำคัญของภูมิภาคและจังหวัดหลายแห่ง จึงตัดสินใจติดป้ายขายบ้านหนีโจร เพราะเงินที่หามาได้จากการทำงาน มาสร้างบ้านหลังนี้และซื้อของตกแต่งบ้านต่างๆ มาทั้งหมด แต่ก็ถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุถึง 3 ครั้ง จึงหวังว่าครั้งนี้ตำรวจขอนแก่นจะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว