เมื่อวันที่ 23 ต.ค. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพสต์แชร์ข่าวนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ระบุว่าผิดหวังฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ ยอมเพิ่มเวลาอภิปราย ใจแคบ-ปิดกั้นตรงไหน ? โดย น.ส.ภคมน ระบุว่า ประธานวิปรัฐบาล กรุณาพูด ความจริงให้จบ หลังจากที่มีข่าวตกลงกันไม่ได้ ของวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ครั้งนี้มีความจงใจเป็นอย่างมากที่รัฐบาลต้องการกำหนด มัดมือฝ่ายค้านให้เลือกวันตามที่ตัวเองสะดวก
ทำไมดิฉันถึงพูดแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งไหนที่อยู่ดีๆ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ออกหนังสือเป็นมติคณะรัฐมนตรี ส่งมาที่สภา ก่อนมีการหารือร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย แล้วมากำหนดว่า ครม. พร้อมเฉพาะวันนั้นหรือวันนี้ และพยายามบีบสภาโดยเฉพาะฝ่ายค้านที่เป็นผู้เสนอญัตติ ให้อยู่ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว
หากเรามองกันให้ดีๆ จะเห็นถึงความพยายามของรัฐบาล ในช่วงที่ไม่กี่วันที่ผ่านมาที่พยายามเข้ามาแทรกแซง และทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภา มาโดยตลอด และเกมนี้ไม่ใช่เกมเด็กดื้อ หรือฝ่ายค้านใจแคบอย่างที่รัฐบาลพยายามจะสื่อ แต่เพราะคนตัดสินใจอาจไม่ใช่คนในห้องเจราจา !!!
น.ส.ภคมน ระบุว่า ข้อเท็จจริงคือฝ่ายค้านบอกว่า ถ้าจะต้องอภิปรายเป็นสัปดาห์หน้า เราขอ 5 วัน เป็นเวลา 60 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้น เราไปลดคน ตัดเวลา ตัดคนอภิปรายไม่ทัน เพราะเราเตรียมมาแบบนั้น ต้องมีเวลากลับไปเจรจากับคนในพรรค เอาข้อมูลมากางใหม่ แล้วไปเกลี่ยกันใหม่ รวมไปถึงต้องไปคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย
ดังนั้น ถ้าจะยอมที่ 4 วันต้องเป็นสัปดาห์อื่นที่ไม่ใช่สัปดาห์หน้าเพราะเราจะได้มีเวลาไปคุยกันในพรรค รวมถึงไปคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นด้วย เวลาที่เราใช้บริหารจัดการก็จะใช้ประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นเป็นต้นเดือน พ.ย.หรือสัปดาห์ที่สองของเดือน พ.ย. แต่ฝ่ายคณะรัฐมนตรีก็ยืนยันว่าไม่มีช่วงไหนว่างเลย ไม่ยอมถอยเลยถ้าไม่ใช่สัปดาห์หน้า ดังนั้นใครกันแน่ที่ไม่ยอมถอย นี่ยังไม่นับว่า ประธานวางตัวไม่เป็นกลาง แถมยังขู่ว่า ถ้าคุยไม่ได้ก็ไม่ต้องคุย ขู่จะปิดประชุมท่าเดียว!!!!! ประธานมัลลิกาทำท่าเหมือนสภาเป็นสมบัติท่านจะคิดทำอะไรก็ได้ ใครไม่พอใจก็ออกไป
น.ส.ภคมน ระบุต่อว่า หนักกว่านั้นไม่คิดว่า แทนที่ประธานจะทำหน้าที่เป็นกลาง เพื่อให้การประสานงานราบรื่น แต่กลับมาทำหน้าที่ ตัวแทนพรรคการเมืองทั้งที่นี่วงเจรจา ตัวแทนที่มาในฐานะวิปทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลควรจะมาหาทางออก ด้วยการถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน
และพอมาวันที่สอง ข้อเสนอก็ยังไม่ไปไหน ประธานขู่ว่าถ้าคุยไม่ได้ก็ไม่ต้องคุย คุยกันไปสักพักก็ยังไม่ไปไหน ตัวแทนพรรคฝ่ายค้านก็ทวนข้อเสนอและพยายามหาทางออก และรัฐบาลก็เสนอ 3 วันครึ่งในสัปดาห์หน้าคือเพิ่มวันจันทร์ที่ 26 ต.ค.แต่เริ่มประชุมตอนบ่าย แบบนี้เรียก 3 วันครึ่ง ไม่ใช่ 4 วัน
ในเมื่อคุยกันไม่ได้ หาทางออกไม่ได้ ประธานก็ใช้อำนาจตลอดเวลาแทนที่จะหาทางออก ตัวแทนพรรคฝ่ายค้านก็วอล์กเอาต์ออกจากที่ประชุม แต่ต้องยืนยันว่าก่อนจะวอล์กเอาต์ ได้พยายามหาทางออกแล้ว



