สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า ข้อมูลของทางการเนปาลระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนประมาณ 60,000 คน จาก 15,000 ครัวเรือน และก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงถนน สะพาน โรงเรียน และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 13 แห่ง โดยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,700 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 91,044 ล้านบาท)

การประเมินเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูอาจสูงถึงกว่า 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 158,502 ล้านบาท)

อย่างไรก็ดี เงินช่วยเหลือด้านสภาพภูมิอากาศจากยูเอ็น คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของงบประมาณที่เนปาลจำเป็นต้องใช้ เพื่อรับมือกับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้

กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมเนปาล ระบุในแถลงการณ์ว่า การสนับสนุนจากกองทุนเอฟอาร์แอลดี มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยแก้ไขความเสียหายรุนแรง ที่เกิดจากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

ทั้งนี้ เนปาลได้ยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือไปยังกองทุนของยูเอ็นเมื่อเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์หลังจากเกิดอุทกภัย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS