จีนเดินหน้าผลักดันเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดจิ๋ว (Nuclear Microreactor) ด้วยจุดเด่นด้านความปลอดภัย และขนาดกะทัดรัด

กลุ่มบริษัทพัฒนาพลังงานเสฉวน และสถาบันวิจัยและออกแบบพลังงานนิวเคลียร์แห่งประเทศจีน ร่วมกันจัดตั้งแพลตฟอร์มอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน พร้อมเปิดตัวบริษัทอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์เสฉวน จำกัด เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการวิจัย พัฒนา และผลักดันเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดจิ๋วขั้นสูงไปสู่การผลิตและใช้งานในภาคอุตสาหกรรม

เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดจิ๋วเป็นเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขั้นสูงที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ แตกต่างจากเตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ทั่วไป โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยที่มีอยู่ในตัวระบบ (Inherent Safety) ควบคู่กับการลดขนาดอุปกรณ์ให้กะทัดรัดที่สุด เพื่อให้สามารถผลิตพลังงานสะอาดและเคลื่อนย้ายไปติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก

Cui Huaiming รองหัวหน้าวิศวกร สถาบันวิจัยและออกแบบพลังงานนิวเคลียร์แห่งประเทศจีน อธิบายว่า แกนกลางของเตาปฏิกรณ์มีขนาดใกล้เคียงกับตู้เย็นที่ใช้ตามบ้านเรือน ขณะที่ระบบผลิตไฟฟ้าทั้งหมดสามารถบรรจุลงในตู้คอนเทนเนอร์เพียง 2–3 ตู้ จึงสามารถขนส่งได้ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล

สถาบันวิจัยและออกแบบพลังงานนิวเคลียร์แห่งประเทศจีนระบุว่า นี่เป็นสถาบันแห่งแรกของโลกที่เสนอแนวทางการพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดจิ๋ว ซึ่งใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียม-เซอร์โคเนียมไฮไดรด์ ร่วมกับระบบหล่อเย็นด้วยโลหะตะกั่ว-บิสมัท 

Sun Chao รองผู้อำนวยการสถาบันที่ 4 สถาบันวิจัยและออกแบบพลังงานนิวเคลียร์แห่งประเทศจีน กล่าวว่า เชื้อเพลิงยูเรเนียม-เซอร์โคเนียมไฮไดรด์ที่นำมาใช้มีคุณสมบัติคล้ายระบบเบรกอัตโนมัติ เมื่ออุณหภูมิภายในเตาปฏิกรณ์สูงขึ้น ปฏิกิริยานิวเคลียร์จะลดความรุนแรงลงโดยอัตโนมัติ 

ด้วยคุณสมบัตินี้ ทำให้เตาปฏิกรณ์ขนาดจิ๋วที่พัฒนาขึ้นไม่จำเป็นต้องมีอาคารครอบเตาปฏิกรณ์เพื่อกักกันสารกัมมันตรังสี หรือระบบรับมือเหตุฉุกเฉินนอกพื้นที่ติดตั้ง 

การจัดตั้งแพลตฟอร์มอุตสาหกรรมครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของจีนในการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขนาดจิ๋วออกจากห้องปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยมุ่งเพิ่มทางเลือกในการผลิตพลังงานสะอาดที่มีขนาดกะทัดรัด ขนส่งสะดวก และออกแบบให้มีระบบความปลอดภัยในตัว ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์รูปแบบใหม่ในอนาคต

เครดิต China Media Group (CMG)