สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ว่านักเรียน นักศึกษา และครูจำนวนมารวมตัวชุมนุมทั่วประเทศ เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษา ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก และลดความแออัดในห้องเรียน
ตำรวจระบุว่า ผู้ชุมนุมราว 10,000 คน รวมตัวอย่างสงบในใจกลางกรุงเอเธนส์และพื้นที่ชานเมือง ขณะที่เมืองอื่นทั่วประเทศจัดการชุมนุมในลักษณะเดียวกัน เพื่อแสดงพลังสนับสนุนการประท้วงในฝรั่งเศสและประเทศอื่นในยุโรป ซึ่งประชาชนไม่พอใจค่าครองชีพที่พุ่งสูงและสภาพโรงเรียนที่ทรุดโทรม
Inspired by protests in France and other parts of Europe, thousands of students in Greece demonstrate around the country against the high cost of living, saying they face many of the same problems pic.twitter.com/N2oBcmOn1g
— TRT World Now (@TRTWorldNow) October 21, 2026
การประท้วงเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลฝ่ายขวากลางของนายกรัฐมนตรีคีเรียกอส มิตโซทาคิส ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปครั่งใหม่ ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงกลางปี 2570 ท่ามกลางปัญหาค่าจ้างที่ไม่เพิ่มขึ้น ค่าเช่าบ้านสูง และต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้น

ด้านนางโซเฟีย ซาคารากี รมว.กระทรวงศึกษาธิการกรีซ กล่าวว่า รัฐบาลรับฟังข้อเรียกร้องของนักเรียน พร้อมยอมรับว่าค่าที่อยู่อาศัยสร้างภาระให้ครัวเรือน โดยมีโครงการก่อสร้างหอพักนักศึกษา และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก มูลค่ารวมกว่า 733 ล้านยูโร ( ราว 27,643.63 ล้านบาท )

อนึ่ง กรีซเผชิญกับวิกฤติหนี้สาธารณะระหว่างปี 2552-2561 ซึ่งนำไปสู่การลดค่าจ้างและงบประมาณการศึกษาตามมาตรการรัดเข็มขัด แลกกับเงินช่วยเหลือจากนานาชาติ 3 ครั้ง รวมประมาณ 290,000 ล้านยูโร ( ราว 10.93 ล้านล้านบาท ) แม้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นนับจากนั้น แต่กำลังซื้อที่แท้จริงของชาวกรีซจำนวนมาก ยังอยู่ในระดับต่ำที่สุดกลุ่มหนึ่งของสหภาพยุโรป และได้รับผลกระทบซ้ำจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามอิหร่าน
สำหรับค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนราว 1,500 ยูโร ( ประมาณ 58,569.50 บาท ) ยังอยู่ในระดับเดียวกับปี 2552 ขณะที่ค่าเช่าบ้านที่ทะยานสูงทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยในเมืองได้ โดยนักศึกษาหญิงวัย 21 ปีรายหนึ่งกล่าวว่า การใช้ชีวิตในกรีซเป็นเรื่องยาก เพราะค่าเช่าสูง บ้านมีขนาดเล็ก และครอบครัวไม่สามารถแบกรับค่าเช่า ค่าไฟฟ้า และค่าครองชีพทั้งหมด.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



