ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย กล่าวถึง กรณีบริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ขึ้นทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ใหม่ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ประชาชนและเกษตรกรทั่วไปจะยังสามารถปลูกกะเพราไว้รับประทาน ขยายพันธุ์ หรือปลูกเพื่อจำหน่ายได้ตามปกติหรือไม่ ว่า การขึ้นทะเบียนพันธุ์กะเพราของ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ไม่น่ากระทบต่อราคาอาหารหรือทำให้ตลาดเมล็ดพันธุ์ปั่นป่วนอย่างที่หลายฝ่ายกังวล เนื่องจากประเทศไทยยังมีทางเลือกเมล็ดพันธุ์กะเพรามากกว่า 300 สายพันธุ์ และเกษตรกรมีเสรีภาพในการเลือกซื้อพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูกและความต้องการของตลาด
“แม้บริษัทเอกชนจะขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถควบคุมตลาดกะเพราทั้งหมดได้ เพราะยังมีพันธุ์อื่นให้เกษตรกรเลือกใช้ และราคายังขึ้นอยู่กับกลไกการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์”
ส่วนสถานการณ์ตลาดของแต่ละประเทศมีเงื่อนไขแตกต่างกัน สำหรับประเทศไทย การมีพันธุ์กะเพราหลากหลายและการแข่งขันในตลาด ช่วยให้เกษตรกรยังมีทางเลือก ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพันธุ์ที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งขึ้นทะเบียนไว้เท่านั้น ความกังวลว่า ราคาอาหารอาจสูงขึ้นในอนาคตนั้น ต้นทุนพลังงานมีแนวโน้มเป็นปัจจัยสำคัญมากกว่าเรื่องการขึ้นทะเบียนเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากพลังงานเกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิต การขนส่ง และกระบวนการแปรรูปอาหารโดยรวม



