เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาบริหารจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า จริงๆ แล้ว กยศ. ไม่เคยเปิดตัวเลขว่าขาดเงินเท่าไหร่ หรือเด็กที่กำลังรอเงินเท่าไหร่ เข้าใจว่า กยศ. จะเปิดเองก็ลำบากใจเป็นการไปกดดันฝ่ายการเมือง ถ้าบอกว่าขาดเงิน 3-4 พันล้านบาท ก็จะเป็นการต่อว่าฝ่ายการเมืองว่าจัดงบประมาณมาให้ไม่เพียงพอ แต่เมื่อมีเด็กๆ และฝ่ายค้านออกมาเรียกร้อง กยศ. สามารถที่จะเปิดตัวเลขออกมาได้เลยว่า ปลายปี 69 ที่กำลังรอคอยเงินกันอยู่ขาดเท่าไหร่ ถ้าตามตัวเลขที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พูดออกมา 3-4 พันล้านบาท แต่ทุกคนต้องนึกถึงเด็กที่กำลังจะเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ว่า 3-4 พันล้าน หมายถึงตัวเลขจำนวนเด็กเท่าไหร่

“จากที่ได้ทราบข่าวมามีเด็กหลายคนที่ไม่ได้จ่ายค่าเทอมได้ ทุกมหาวิทยาลัยบังคับให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่โหดร้ายมากๆ สำหรับเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน และครอบครัวไม่สามารถที่จะซัพพอร์ตได้ หลังพิงสุดท้ายคือ กยศ. เขาก็อยากมาใช้เงินกองทุน กยศ. เพื่อสร้างใบเบิกทางในชีวิตของเขา และสามารถที่จะยกระดับทางสังคมได้ในประเทศนี้ ในโอกาสที่มีอยู่แค่นี้ ใบเบิกทางของเด็กบ้านจนคือการศึกษา” น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเปิดตัวเลขอย่างตรงไปตรงมาว่าขาดเงินอีกเท่าไหร่และรัฐบาลจัดสรรให้เพียงพอ จะมาบอกว่าต้องไปเรียกร้องจากรุ่นพี่ที่ยังไม่ได้จ่ายเงิน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องงัดไม้เด็ดและนโยบายดีๆ ออกมา เพื่อที่จะทำให้คนเก่าจ่ายเงิน แต่ปัญหาเฉพาะหน้าจะมาบอกว่าคนเก่าไม่จ่ายแล้วคนใหม่ไม่ต้องได้ เป็นแนวคิดที่ไร้ความรับผิดชอบ ตนเองไม่เข้าใจว่าในรัฐบาลจะมีใครเข้าใจปัญหานี้ดีหรือเปล่า และไม่แน่ใจว่ามีใครในรัฐบาลที่เคยกู้กับ กยศ. หรือไม่ มีปัญหาเรื่องเงินในชีวิตติดขัดหาเงินเรียนไม่ได้หรือไม่ ไม่แน่ใจว่าจะมีใครเข้าใจความรู้สึกนี้ดี แต่ตนเองนั้นเข้าใจเพราะเป็นคนหนึ่งที่กู้ กยศ. มา ทราบดีว่าเด็กที่หันหลังไปแล้ว ไม่มีใครซัพพอร์ต มันอ้างว้างหดหู่ในชีวิตและเครียด จึงขอเรียกร้องรัฐบาลที่จะนำเงิน 9 พันล้าน ที่กำลังจะออกในงบประมาณปี 70 มาใช้

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ปีหน้าอยากจะให้รัฐบาลจัดสรรเงินให้เพียงพอ เหมือนกู้เงินมา 2 แสนล้านเปลี่ยนถ่ายพลังงานที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั้งหมด คิดว่าก็น่าจะหาเงินอีกหมื่นล้านมาลงในกองทุน กยศ. ได้ หวังว่าการติดโซลาร์เซลล์ในประเทศนี้จะไม่สำคัญมากกว่าเด็กที่ต้องอยู่ในระบอบการศึกษา ไปมากกว่าอนาคตของชาติ ถ้าหาเงินมาติดโซลาร์เซลล์ได้ เงิน 1 หมื่นกว่าล้านที่จะมาโปะให้กองทุน กยศ. ก็น่าจะหาได้ เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสทางการศึกษา มีใบเบิกทางในชีวิตของตนเอง เพราะในประเทศนี้โอกาสสำหรับคนที่ยากจนไม่ได้มีมากอยู่แล้ว โอกาสทางการศึกษาให้เขาเถอะ.