เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมในช่วงการหารือความเดือดร้อนของประชาชน สส. หลายคนได้แสดงความห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดในขณะนี้ อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย หารือว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน ที่อาศัยบริเวณแม่น้ำน้อย เกี่ยวกับการบริหารจัดการระบายน้ำของกรมชลประทาน เนื่องจากในไม่กี่วันที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ระบายเพิ่มขึ้นสูง จาก 600 กว่าลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันเกือบ 1,800 ลูกบาศก์เมตร ทำให้ชาวบ้านเตรียมตัวไม่ทันได้รับผลกระทบ จึงขอฝากถึงกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ จ.อ่างทอง เร่งรัดการป้องกันและการแจ้งข่าวสารให้กับประชาชนในการเตรียมรับน้ำในรอบนี้ และในอีกไม่กี่วัน ช่วงสิ้นเดือน ก.ย. นี้ อยากให้เตรียมการป้องกันปัญหาและแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาและริมแม่น้ำน้อยโดยเร่งด่วน
นายคงกฤช รามศักดิ์ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย สะท้อนปัญหาของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมฉับพลัน โดยฝากถามไปยังกรมชลประทาน เกี่ยวกับการบริหารจัดการระบายน้ำในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในช่วง 1 เดือนก่อนหน้านี้ดูเหมือนไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา กรมชลประทานปรับแผนการระบายน้ำเพิ่มก้าวกระโดดจาก 700 ลูกบาศก์เมตรเป็น 1,600 ลูกบาศก์เมตร และมีแนวโน้มที่จะปรับสูงถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากมีฝนตกจำนวนมาก และน้ำป่าไหลหลากภาคเหนือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
แต่ที่ไม่เข้าใจคือการบริหารจัดการระบายน้ำของกรมชลประทาน ควรทราบข้อมูลสภาพอากาศล่วงหน้าและคาดการณ์สถานการณ์น้ำได้ล่วงหน้า แต่เหตุใดไม่ทยอยปล่อยน้ำตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ทุกอย่างสมดุลกัน แต่รอให้น้ำล้นตลิ่งปล่อยน้ำทีเดียว ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถตั้งตัวได้ทันและเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ ยากต่อการใช้ชีวิต
“2-3เดือนที่ผ่านมา กรมชลประทานเพิ่งจะประกาศให้ประชาชนเตรียมรับมือภัยแล้ง แต่วันนี้กลับมีน้ำท่วมฉับพลัน และมีฝนตกจำนวนมากในหลายพื้นที่ภาคกลาง ขอให้หยุดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแบบไร้การวางแผน ไม่ใช่รอให้น้ำล้นตลิ่ง แล้วเร่งระบายน้ำ ราวกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย นี่คือความผิดพลาด ใช่หรือไม่ พี่น้องประชาชนไม่ได้ต้องการเงินเยียวยา ขออย่างเดียวเพียงแค่ให้น้ำไม่ท่วมในบ้านของเขา มันเทียบไม่ได้กับความเสียหายที่พวกเขาต้องเจอ นี่ไม่ใช่ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่คือปัญหาในการบริหารจัดการน้ำ” นายคงกฤช กล่าว
ด้านนายจุรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายหารือข้อกังวลของชาวหาดใหญ่ ว่า หลังจากนี้ไม่กี่วันจะเข้าสู่ฤดูฝน และน้ำกำลังจะมา สิ่งที่ชาวบ้านกังวลและต้องการเห็นคือแผนการรับมือน้ำในหาดใหญ่ ว่าจัดการอย่างไร เข้าใจว่าก่อนหน้านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมและถอดบทเรียนเตรียมแผนรับมือ และตั้งคณะกรรมการน้ำ แต่สิ่งที่ประชุมมารู้เฉพาะในหน่วยงาน ชาวบ้านยังไม่ได้รับรู้ จึงมีความกังวลของประชาชน สิ่งที่สื่อสารออกมาแต่ละหน่วยงาน มันสะเปะสะปะจนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี และชาวบ้านก็งงในแผนรับมือ ท่านต้องประกาศออกมาเลยตัวอย่าง เช่น จะมีคณะกรรมการน้ำจังหวัดสงขลา ประกอบด้วยผู้ว่าฯ อุตุฯ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ ปภ. จะไปมอนิเตอร์น้ำที่ไหน รวมถึงจะใช้ที่ไหนเป็นศูนย์บัญชาการ แล้วแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางไหนบ้าง จะต้องเร่งจัดชุดสื่อสารเป็นชุดเดียว
“หากสื่อสารล้มเหลวเหมือนปีที่แล้ว เท่ากับว่าบทเรียนปีที่แล้วไม่ได้นำกลับมาพัฒนาปรับปรุงแก้ไข ย้ำว่าต้องมีแผนในเชิงบริหารป้องกัน” นายจุรี กล่าว.



