เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 69 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราฎร รับยื่นหนังสือจาก น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเข้าจับกุมบ่อนการพนัน 2 แห่งใน จ.เชียงใหม่ และตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เสมอภาคในการดำเนินคดีทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบพื้นที่ สืบเนื่องจากปฏิบัติการนครพิงค์ ซึ่งเป็นการบุกทลายบ่อนการพนัน 2 แห่งใน จ.เชียงใหม่ ได้แก่ บ่อนภัทรวัน ในย่านสันติธรรม และบ่อนศรีปิงเมือง ในพื้นที่ตำบลหายยา โดยชุดปฏิบัติการที่นำโดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย จึงขอเรียกร้องให้ กมธ. ตรวจสอบการปฏิบัติงานดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ผ่าน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1.ขอให้ตรวจสอบและขยายผลจากการยึดของกลาง ซึ่งประกอบด้วย สมุดบัญชี คิวอาร์โค้ด อุปกรณ์การเล่นต่าง ๆ รวมถึงการจับกุมนักพนัน เพื่อสืบสวนให้ถึงต้นตอและบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังที่ได้รับผลประโยชน์จากบ่อนการพนันทั้งสองแห่งอย่างแท้จริง 

2.ขอให้ตรวจสอบมาตรฐานการพิจารณาสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ โดยระบุว่า บ่อนภัทรวัน ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของ สภ.ช้างเผือก นั้น ได้มีการสั่งย้ายและตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้กำกับการสถานีตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่บ่อนศรีปิงเมือง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของ สภ.เมือง กลับยังไม่มีคำสั่งย้ายหรือการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแต่อย่างใด แม้จะมีการระบุว่าเบื้องต้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ต้องการให้ กมธ. เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงถึงความชัดเจนและมาตรฐานในการดำเนินการดังกล่าว

3.ขอให้ตรวจสอบและหาแนวทางป้องกันไม่ให้บ่อนการพนันทั้ง 2 แห่ง ซึ่งเคยลักลอบเปิดให้บริการแก่นักพนันมาก่อนหน้านี้ สามารถกลับมาเปิดดำเนินการซ้ำซากได้อีก

น.ส.เพชรรัตน์ กล่าวย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้จะต้องไม่หยุดอยู่เพียงแค่การจับกุมนักพนันเท่านั้น แต่จะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนให้ถึงเจ้าของบ่อนที่แท้จริง ตลอดจนประเด็นอื่น ๆ ที่จำเป็น เพื่อให้การปราบปรามเป็นไปอย่างเด็ดขาดและโปร่งใส

ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวถึงจุดยืนในการแก้ปัญหาการลักลอบเปิดบ่อนการพนันว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายซึ่งนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะปัญหาการฟอกเงิน ทั้งนี้ การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด วาระเร่งด่วนที่แท้จริงของประเทศนอกเหนือจากการจับกุมผู้กระทำผิดรายย่อย คือการขยายผลการสืบสวนไปให้ถึงตัวการใหญ่ ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง หากไม่มีการสืบสาวไปถึงต้นตอ ย่อมทำให้เกิดคำถามถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ ที่ผ่านมา สังคมมักได้ยินเรื่องการใช้เส้นสายหรือการแทรกแซงจากผู้มีอิทธิพลเบื้องหลัง ทำให้การขยายผลไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลให้ตกเป็นของแผ่นดินนั้นเกิดขึ้นได้น้อยมาก โดยคดีใหญ่ ๆ มักเกิดจากความพยายามผลักดันของสภาผู้แทนราษฎร ในขณะที่ประเด็นบ่อนการพนัน หากไม่มีการตรวจสอบหรือจี้จุด หน่วยงานรัฐมักไม่ค่อยให้ความสำคัญและแทบไม่เห็นการขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม

“กมธ.จะไม่นิ่งนอนใจและจะยกระดับการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นต่อไป ในเมื่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้เริ่มต้นเปิดปฏิบัติการจับกุมบ่อนการพนันแล้ว สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือความคืบหน้าในการขยายผล เพื่อนำตัวผู้บงการและตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ต่อไป” นายรังสิมันต์ กล่าว.