ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดการประกวดและแข่งขัน “เนื้อโคคุณภาพ จากงานวิจัยสู่มูลค่าเพิ่ม”(Research for Beef Quality Showcase) ชิงเงินรางวัลรวม 1.3 แสนบาท ภายใต้การประชุมบุคลากรไทยที่มีความสามารถระดับสูง ประจำปี พ.ศ. 2569 (Thailand Talent Summit 2026)โดยมีนักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้ใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยด้านโคเนื้อและเนื้อโคผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจำนวน 5 ทีม และมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย ร่วมตัดสิน ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) พัทยา จังหวัดชลบุรี

ผลการแข่งขันปรากฏว่าโครงการเกษตรกรอัจฉริยะด้านโคเนื้อ บริษัท อลิสา วากิว บีฟ จำกัด จากจังหวัดหนองบัวลำภู ผู้พัฒนาเนื้อโควากิวลูกผสมจนได้เนื้อพรีเมียมคุณภาพสูงที่คนไทยเข้าถึงได้ คว้ารางวัลชนะเลิศเมนูตะวันตก(สเต็กเนื้อ) และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เมนูไทย (ยำเนื้อ) ขณะที่โครงการเนื้อโคขุนพันธุ์กำแพงแสน จากสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด จังหวัดนครปฐม นำเครื่องปรุงชั้นเลิศจากท้องถิ่นต่าง ๆ มาช่วยชูรสชาติเนื้อจนชนะใจกรรมการคว้ารางวัลชนะเลิศเมนูไทย และรองชนะเลิศอันดับ 1 เมนูตะวันตก

รศ. ดร.จุฑารัตน์ เศรษฐกุล ที่ปรึกษาคณะทำงานการประกวดเนื้อโคคุณภาพฯ ระบุว่า การประกวดมุ่งส่งเสริมการนำองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านโคเนื้อไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญของการพัฒนากระบวนการผลิตจากฟาร์มไปถึงจานอาหาร (from farm to meal) ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์ การพัฒนาสูตรอาหารระบบการเลี้ยงจัดการฟาร์ม การเก็บรักษาเนื้อเพื่อยกระดับคุณภาพเนื้อและสร้างมูลคาเพิ่ม อีกทั้งยังคำนึงถึงการตรวจสอบย้อนกลับมาตรฐานฟาร์มและโรงแปรสภาพเนื้อ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เนื้อโคคุณภาพของไทย โดยในการแข่งขันกำหนดให้ใช้ชิ้นส่วนรอง คือ เนื้อสะโพกพับใน (Top Round) ซึ่งเนื้อมีคุณภาพและลักษณะเนื้อสัมผัสที่ดี แต่ยังไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวไทย
ทั้งนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกที่เข้าร่วมการแข่งขันรอบตัดสิน ต้องนำเนื้อโคคุณภาพจากผลงานวิจัยมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารไทยและอาหารตะวันตกได้แก่ ยำเนื้อและสเต็กเนื้อ เพื่อแสดงศักยภาพของวัตถุดิบ คุณภาพเนื้อ รสชาติ และความสามารถในการต่อยอดสู่ตลาดร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจบริการอาหาร สตรีทฟู้ด และตลาดมูลค่าสูง
ด้าน “เชฟอ๊อฟ” ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์ เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการประกวดในครั้งนี้ เพราะเป็นกิจกรรมที่ดีมาก ทำให้ตนได้ความรู้และได้เห็นความเจริญก้าวหน้าสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันว่าเนื้อโคไทยมาอยู่จุดไหนแล้ว สามารถสร้างหรือยกระดับได้เพียงใด ประทับใจที่เนื้อโคไทยมาถึงจุดนี้ ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมทำให้ตนรู้สึกประหลาดใจมาก แต่ละทีมใช้เทคนิคที่แตกต่างกันทั้งการใช้ไฟ ศาสตร์การย่างเนื้อ ภายใต้การวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงจานอาหาร นับว่าวิเศษมาก อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอยากให้รัฐบาลสนับสนุนการวิจัยด้านอาหารสัตว์ที่ยังเป็นจุดบอดของอุตสาหกรรมเนื้อโคไทย เนื่องจากยังมีความไม่สมดุลด้านราคาด้วยต้นทุนที่สูง ทั้งนี้อาหารสัตว์ที่ดีต้องมีทั้งคาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ และโปรตีน ซึ่งมีผลต่อความนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อ
ขณะที่การแข่งขัน “นวัตกรรมเครื่องดื่มจากฐานงานวิจัย” เวทีเฟ้นหานวัตกรรมเครื่องดื่มรูปแบบใหม่เป็นเมนูค็อกเทลและม็อกเทลจากงานวิจัย ชิงเงินรางวัลรวม 1.2 แสนบาท โดยเปิดโอกาสให้นำเสนอความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้จากนักวิจัย นักสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการ ก้าวสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต ทีมชนะเลิศได้แก่ คำหวาน 01 จากบริษัท บุญบ้านหวานใจ จำกัด จังหวัดอุบลราชธานี ที่มาพร้อมกับแนวคิด ‘เมื่อเครื่องดื่ม ไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม | When the drink is not just a drink ลูกอีสานสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากจิตวิญญาณอย่างตั้งใจ ต่อยอดภูมิปัญญาด้วยนวัตกรรมพื้นฐานจากงานวิจัย’



