เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ขึ้นเวทีปราศรัย ระบุว่า ตอนนี้ประเทศไทยเป็นของคนพวกสีน้ำเงิน ศูนย์อำนาจอยู่ที่บุรีรัมย์ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นในสังคม ขณะที่ประธาน กกต. ที่อ้างว่าเป็นผู้พิพากษา 38 ปี ตนขอฝากเรื่องผ่านเจ้าหน้าที่ของ กกต. ไปถึงประธาน กกต. ว่าน่ารู้ดีอยู่แล้ว ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ ถูกต้องหรือไม่
“จากนี้ ผมขอใช้ชีวิตที่เหลือทำทุกวิถีทาง เพื่อเอาผิดกับ กกต. ทั้ง 5 คนให้ได้ (ไม่นับเสียงข้างน้อย 2 คน คือนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กับนายชาย นครชัย) แม้ว่าทั้ง 5 คน จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม ไม่ว่านานแค่ไหน ก็จะทำให้ได้ ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจอยู่ จะทำทุกวิถีทาง ทำให้ทั้ง 5 คน เข้าคุกให้ได้ เหตุผลที่ผมต้องลุกขึ้นสู้ เพื่อพาประเทศไทยกลับคืนมาให้ได้ ขอฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ที่มีจิตบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยเฉพาะคนที่ปฏิบัติหน้าที่ในคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ว่าการต่อสู้เช่นนั้นจะอยู่ในหัวใจประชาชน”
นายสนธิ ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมา มีผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามตนเองว่า จะมีการออกมาเคลื่อนไหวเพื่อขับไล่รัฐบาล อย่างไร ตนได้ตอบกลับไปว่า จะไม่มีการออกมาขับไล่ใดๆ แต่จะทำทุกทางให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ ด้วยการกระทำของตัวรัฐบาลเอง ตนจะทำให้รัฐบาลนั่งทำงานอย่างไม่เป็นสุข
นายสนธิ ยังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ต้องมีจิตวิญญาณและต้องรู้ว่าหน้าที่คืออะไร และสิ่งที่ประธาน กกต. ทำ ฝ่ายตุลาการไม่เสียหน้าหรือ เพราะประธาน กกต. มาจากตุลาการ ทำไมถึงไม่มีจิตวิญญาณของการเป็นตุลาการหรือผู้พิพากษา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม คนที่มาจากตุลาการหรือผู้พิพากษาต้องยืนตัวตรง ไม่ยอมให้ฝ่ายการเมือง ถ้าฝ่ายการเมืองไม่ยอมให้เป็นประธาน กกต. ก็ไม่ต้องเป็นก็ได้
ส่วนการแต่งตั้งให้ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีดีเอสไอ คนใหม่ นั้น นายสนธิ ระบุว่า เป็นการส่งคนของตัวเองเข้ามา เพื่อเข้าไปปลดล็อกคดีอั้งยี่ ซ่องโจร ที่คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ทำไว้กับ DSI



