น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมาตนได้หารือปัญหาความเดือดร้อนผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ เข้ามาแก้ไขจากประเด็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเรียกร้องให้มีการพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวให้กับเด็กพิการที่อยู่ในความดูแลของศูนย์การศึกษาพิเศษทั่วประเทศ จากการลงพื้นที่หน่วยบริการ อ.ขุนหาญและอ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พบข้อเท็จจริงว่า เด็กกลุ่มนี้ไม่เคยได้รับเงินอุดหนุนดังกล่าวแบบที่นักเรียนในระบบโรงเรียนปกติทั่วไปได้รับ ปัจจุบันศูนย์การศึกษาพิเศษมีหน้าที่ดูแลเด็กพิการทั้ง 9 ประเภท ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี เพื่อฝึกฝนทักษะการใช้ชีวิตและฟื้นฟูศักยภาพให้สามารถดูแลตัวเองและเข้าสังคมได้ แต่เมื่อไม่ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวและได้รับการจัดสรรเพียงค่าอาหารกลางวัน จึงทำให้เกิดภาพความขาดแคลนอย่างหนัก ทั้งในด้านสื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอน และการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งผลให้งบประมาณที่นำมาใช้จัดหาทรัพยากรเหล่านี้ต้องพึ่งพาเงินบริจาคและเงินจากการจัดตั้งกองผ้าป่าเป็นหลัก
“หากรัฐบาลต้องการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาอย่างแท้จริง เด็กที่มีความบกพร่องเหล่านี้ไม่ควรต้องเป็นฝ่ายร้องขอ รัฐควรเร่งจัดสรรระบบเงินอุดหนุนรายหัวให้ทันที เพื่อให้ศูนย์การศึกษาพิเศษมีทรัพยากรที่เพียงพอต่อการพัฒนาเด็ก พร้อมทิ้งท้ายข้อคิดสำคัญว่า โอกาสทางการศึกษาของเด็กคนหนึ่ง ไม่ควรต้องขึ้นอยู่กับว่าครูจะสามารถหาเงินจากการทอดผ้าป่าได้มากหรือน้อยเพียงใด” น.ส.จินณ์ตวรรณ กล่าว.



