สถานการณ์น้ำท่วมขังเป็นหนึ่งในวิกฤตใหญ่ที่คนใช้รถยนต์ต้องเผชิญ โดยเฉพาะในยุคที่ “รถยนต์ไฟฟ้า (EV)” กำลังได้รับความนิยมสูง แต่สิ่งที่เจ้าของรถอีวีหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ ความเชื่อที่ว่ารถอีวีมีระบบกันน้ำดีเยี่ยมจึงน่าจะจอดแช่น้ำได้สบายๆ

ทั้งนี้หน่วยงานด้านความปลอดภัยระดับโลกอย่าง NHTSA หรือ สำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา , FEMA หรือ สำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ  และค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันอย่าง Tesla ได้ออกประกาศและคู่มือเตือนภัยข้อควรปฏิบัติที่สำคัญอย่างยิ่ง สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ประสบภัยน้ำท่วมหรือจอดแช่น้ำเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและเพลิงไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ข้อห้ามเด็ดขาด (DON’Ts) เมื่อรถ EV แช่น้ำท่วม

สำหรับรถอีวีที่เผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังหรือจอดแช่น้ำเป็นเวลานาน (Prolonged Submersion) มีข้อควรระวังขั้นเด็ดขาดที่ผู้ใช้รถห้ามทำโดยเด็ดขาด ได้แก่

ห้ามสตาร์ตหรือเปิดระบบไฟฟ้าของรถเด็ดขาด แม้น้ำจะลดลงจนแห้งสนิทแล้ว แต่การเปิดระบบไฟแรงสูง (High Voltage) ขณะที่ความชื้นยังสะสมอยู่ภายใน อาจทำให้เกิดการลัดวงจร ไฟฟ้าช็อต หรือเกิดปฏิกิริยาความร้อนลุกลาม (Thermal Runaway) ได้ทันที

ห้ามเสียบสายชาร์จไฟเด็ดขาด FEMA และ NHTSA เน้นย้ำว่า ห้ามเชื่อมต่อรถเข้ากับเครื่องชาร์จเด็ดขาด หากระบบจัดการพลังงานหรือตัวแบตเตอรี่มีความชื้น เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟและไฟไหม้รุนแรง

ห้ามลากจูงรถโดยปล่อยให้ล้อหมุนไปกับพื้น การลากรถ EV ที่ระบบไฟฟ้าอาจเสียหาย โดยปล่อยให้ล้อหมุนไปบนพื้นถนน อาจเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าย้อนกลับ (Regenerative Current) เข้าสู่แบตเตอรี่ที่กำลังเสียหายอยู่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้อุบัติการณ์รุนแรงขึ้น

ห้ามจอดรถทิ้งไว้ชิดอาคารบ้านเรือนหลังจากนำขึ้นจากน้ำ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำ สามารถเกิดปฏิกิริยาเคมีช้าและเกิดเพลิงไหม้ตามหลังได้ (Delayed Fire) แม้จะนำรถขึ้นจากน้ำมาแล้วหลายชั่วโมงหรือหลายวันก็ตาม

สิ่งที่ต้องปฏิบัติทันที (DOs) ตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล

หากรถอีวีของคุณผ่านการจอดแช่น้ำขังเป็นเวลานาน จำเป็นต้องดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากวิศวกรและหน่วยงานกู้ภัย ดังนี้:

กฎระยะปลอดภัย 15 เมตร อ้างอิงจากคู่มือของ Tesla Submerged Vehicle Guidance และ FEMA/USFA กำหนดไว้ชัดเจนว่า ทันทีที่เคลื่อนย้ายรถขึ้นมาจากน้ำท่วมขัง ให้นำรถไปจอดในพื้นที่โล่งแจ้ง ห่างจากอาคาร สิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน และวัตถุไวไฟอย่างน้อย 15 เมตร เพื่อความปลอดภัยสูงสุดหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ติดต่อศูนย์บริการและทีมกู้ภัยที่ชำนาญการ EV โดยเฉพาะ  เมื่อต้องการเคลื่อนย้ายรถ ต้องแจ้งบริษัทลากจูงล่วงหน้าว่าเป็น “รถยนต์ไฟฟ้าที่ผ่านการจมน้ำ” เพื่อให้จัดเตรียมรถยกแบบสไลด์ออน (Flatbed Tow Truck) เท่านั้น พร้อมทั้งใช้คู่มือตอบสนองภาวะฉุกเฉิน (Emergency Response Guide – ERG) ประจำรถรุ่นนั้นๆ ในการจัดการตัดระบบไฟแรงสูง

ส่งตรวจเช็กระบบแบตเตอรี่อย่างละเอียดก่อนใช้งาน ห้ามนำกลับมาขับขี่เด็ดขาดจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบจากช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่มีเครื่องมือวัดค่าความเป็นฉนวนไฟฟ้า (Insulation Resistance Test) และตรวจหากคราบความชื้นภายในแพ็คแบตเตอรี่อย่างแม่นยำ.