เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยวิกฤติในพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งจังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี หลังเกิดฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องหลายวันจนปริมาณน้ำมหาศาลล้นพื้นที่รับน้ำ โดยช่วงเช้าตรู่ เกิดเหตุคันขอบรอบสปิลเวย์ที่เป็นพื้นปูนของ “อ่างเก็บน้ำเขาจุก” อ่างเก็บน้ำขนาดกลางความจุ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร บริเวณสวนป่าชุมชน หมู่ 1 ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ทรุดตัวเกิดรอยแตกขนาดใหญ่ ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลทะลักออกจากอ่างอย่างรุนแรง ทาง อบต.น้ำเป็น ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายอ่างและพื้นที่รอยต่อ 3 ตำบล (ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา, ต.ทุ่งควายกิน และ ต.ดองดิน อ.แกลง) ให้เร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูงด่วนที่สุด


โดยมวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง อย่างรวดเร็ว โดยบริเวณแยกไฟแดงรับแจ้งเหตุ ชุมชนวัดสารนาถ ตลาดสิริภิบาล และซอยลมโชย ระดับน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายวงกว้าง เตือนผู้ใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์และรถยนต์ขนาดเล็ก หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว


ขณะเดียวกัน ที่จังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่เวลา 06.30 น. มวลน้ำป่าจาก อ.มะขาม และ อ.เขาคิชฌกูฏ ได้ทะลักเข้าสู่เขตเศรษฐกิจเมืองจันทบุรี เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนและผิวจราจรริมแม่น้ำจันทบุรี โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ต้องสั่งประกาศหยุดเรียนทันที 1 วัน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน


ด้านการเดินทาง สายหลัก ถนนสุขุมวิท (จันทบุรี-กรุงเทพฯ) ช่วงแยกไฟแดงหนองสีงา ถึง ปตท.หินกอง ต.วังใหม่ อ.นายายอาม ถูกน้ำท่วมสูงเต็มพื้นที่ทั้งสองฝั่งเป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร กระแสน้ำไหลเชี่ยวจัด รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่แนะนำให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางแยกหนองแวง-ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ ผ่าน ม.บูรพา วิทยาเขตจันทบุรี อ.ท่าใหม่ แทน


ส่วนพื้นที่ ต.รำพัน อ.ท่าใหม่ มวลน้ำป่าสอยดาวไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนหมู่ 10 บ้านโป่งมะม่วงหวาน สูงกว่า 80 เซนติเมตร กระทบชาวบ้านกว่า 400 คน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านระบุว่าเป็นน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบหลายปี โดยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องนำรถยกสูงไล่แจกจ่ายอาหาร พร้อมเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและชาวบ้านที่รถดับกลางกระแสน้ำได้อย่างปลอดภัย



