สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่า จากการใช้ “มาตรวัดความรู้สึก” ซึ่งมีระดับคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 คะแนน ศูนย์วิจัยพิวพบว่า ชาวอเมริกันให้คะแนนจีนเฉลี่ยอยู่ที่ 37 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 28 คะแนนในปี 2564

“การประชุมระหว่างสีกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความรู้สึกของชาวอเมริกันที่มีต่อจีนเริ่มอบอุ่นขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้พวกเขายังคงมีความรู้สึกเย็นชาในภาพรวมก็ตาม” นางลอรา ซิลเวอร์ และนางลอรา แคลนซี นักวิจัยของพิว ระบุ

ทั้งนี้ สัดส่วนของผู้ใหญ่ในสหรัฐที่ให้คะแนนความรู้สึกต่อจีนในเชิงบวก ระหว่าง 51-100 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 11% ในปี 2564 เป็น 19% ในปัจจุบัน ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่ให้คะแนนระดับกลาง หรือ 50 คะแนนพอดี เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 27% ส่วนผู้ที่ให้คะแนนความรู้สึกต่อจีนในเชิงลบ ระหว่าง 0-49 คะแนน ลดลงจาก 68% เหลือ 54%

นอกจากนี้ มุมมองที่มีต่อจีนยังแตกต่างกันไปตามสังกัดทางการเมืองและช่วงอายุ โดยสมาชิกพรรคเดโมแครตมีแนวโน้มให้คะแนนเชิงบวกต่อจีนมากกว่าสมาชิกพรรครีพับลิกัน ในขณะเดียวกัน ชาวอเมริกันรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะแสดงท่าทีเปิดรับจีน มากกว่าผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า

อนึ่ง รายงานของศูนย์วิจัยพิว มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่คงอยู่ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับรัฐบาลปักกิ่ง เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) แร่ธาตุหายาก และการค้า ซึ่งกลุ่มนักการเมืองสายเหยี่ยวในสภาคองเกรส ยังคงกดดันให้รัฐบาลวอชิงตันดำเนินนโยบายที่เข้มงวดต่อรัฐบาลปักกิ่ง แม้ทรัมป์กล่าวชื่นชมสีอยู่บ่อยครั้งว่าเป็น “ผู้นำที่ยอดเยี่ยม” และทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็ตาม.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS