เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัย พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจในทุกพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ได้รับรายงานผลการปฏิบัติงานของโรงครัวพระราชทาน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดโบสถ์บน ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันประกอบอาหารและแจกจ่ายน้ำดื่มให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง วันละ 3 มื้อ รวม 1,000 ชุด แบ่งเป็นมื้อเช้า 300 ชุด มื้อกลางวัน 400 ชุด และมื้อเย็น 300 ชุด

สำหรับผลการดำเนินงานประจำวัน ณ เวลา 17.00 น. โรงครัวพระราชทานจัดทำอาหารมื้อเช้า 300 กล่อง แจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ ต.บ้านกระทุ่ม และ ต.หัวเวียง อ.เสนา โดยมี พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมรองผู้บังคับการ ผู้กำกับการ สภ.เสนา และประธาน กต.ตร.ฯ ร่วมมอบอาหาร
ส่วนมื้อกลางวันจัดอาหาร 400 ชุด แจกจ่ายในพื้นที่หมู่ 3 ต.บ้านกระทุ่ม โดยมีตำรวจในพื้นที่และกำลังตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ภ.1 ร่วมภารกิจ ขณะที่มื้อเย็นจัดอาหารอีก 300 ชุด ส่งมอบให้ประชาชนในพื้นที่หมู่ 6 หมู่ 7 และหมู่ 8 ต.บ้านกระทุ่ม โดยมีรองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เสนา และกำลังตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ภ.1 ร่วมดำเนินการ

ทั้งนี้ โรงครัวพระราชทานมอบหมายให้ผู้กำกับการและหัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หมุนเวียนควบคุมการปฏิบัติตั้งแต่เวลา 06.00 น. จนเสร็จสิ้นภารกิจในแต่ละวัน พร้อมจัดผู้ช่วยประกอบอาหารวันละ 5 คน เพื่อดูแลการจัดเตรียมอาหารทั้ง 3 มื้อ
ด้าน สภ.เสนา ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ได้จัดตำรวจชุดจิตอาสาสนับสนุนภารกิจวันละ 10 นาย พร้อมจัดกำลังรักษาความปลอดภัยโรงครัวตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ขณะที่ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ภ.1 สนับสนุนเรือท้องแบน 2 ลำ พร้อมกำลัง 7 นาย สำหรับลำเลียงอาหารและน้ำดื่มเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
สำหรับสถานการณ์น้ำใน อ.เสนา พบประชาชนได้รับผลกระทบในพื้นที่ 11 ตำบล รวม 4,841 ครัวเรือน โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 15 เซนติเมตร ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สภาพอากาศมีเมฆมากและฝนตกปรอย ๆ สลับหยุดตก โดยโรงครัวพระราชทานยังคงดำเนินการจัดอาหารและน้ำดื่มช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้จัดโรงครัวพระราชทานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณด้านหน้าสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ห่างจากจุดลงแฟลตประมาณ 500 เมตร จัดทำอาหารสดมื้อละ 600 กล่อง และอาหารพระราชทานมื้อละ 2,000 กล่อง โดยมีแม่ครัวและกำลังเจ้าหน้าที่สนับสนุนการประกอบอาหาร พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนวันละ 25 นาย ช่วยขนส่งอาหารและลงเรือแจกจ่ายอาหารพร้อมน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัย พร้อมเร่งสำรวจพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทุกจุด
นอกจากนี้ ผบ.ตร. ได้ติดตามการช่วยเหลือกรณีรถยนต์จมน้ำและรถเสียในเส้นทางน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ สน.มักกะสัน บริเวณถนนเพชรบุรี จากการสำรวจเบื้องต้นพบรถจอดเสียตกค้าง ประกอบด้วยรถโดยสารประจำทาง 2 คัน รถบรรทุก 1 คัน และรถยนต์ส่วนบุคคล 99 คัน

เมื่อระดับน้ำลดลง เจ้าหน้าที่จะเร่งเคลื่อนย้ายรถที่กีดขวางช่องทางการจราจรไปยังจุดจัดเก็บ โดยรถที่ตกค้างตั้งแต่แยกมิตรสัมพันธ์ถึงแยกพร้อมพงษ์ จะนำไปเก็บไว้บริเวณถนนกำแพงเพชร 7 ด้านหลังโรงแรมแลงคาสเตอร์ ส่วนรถที่ตกค้างตั้งแต่แยกพร้อมพงษ์ถึงแยกเอกมัย จะเคลื่อนย้ายไปจอดบริเวณหน้าสวนสราญรมย์ ใต้สะพานเอกมัย
ภารกิจดังกล่าวได้รับการสนับสนุนรถยกจากสถานีตำรวจข้างเคียง ศูนย์กู้ภัยทางพิเศษศรีรัช ภาคเอกชน และการทางพิเศษฯ รวม 14 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำรถ 28 นาย เพื่อเร่งเคลื่อนย้ายรถตกค้างและเปิดช่องทางการจราจร

ขณะเดียวกัน วันนี้เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. (น.7) เป็นประธานประชุมแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือยกรถผู้ประสบภัย พร้อมปล่อยแถวรถยกจำนวน 56 คัน เพื่อสนับสนุนภารกิจเคลื่อนย้ายรถที่ถูกน้ำพัดพาหรือจอดทิ้งไว้กีดขวางเส้นทางจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้บังคับบัญชาตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมปล่อยแถว ณ สถานีกลางบางซื่อ เขตจตุจักร
สำหรับสถานการณ์การจราจรบนถนนเพชรบุรี ขณะนี้ทั้งขาเข้าและขาออก ช่วงตั้งแต่บริเวณสะพานข้ามคลองแสนแสบ เขตติดต่อพื้นที่ สน.คลองตัน จนถึงบริเวณสะพานข้ามแยกเอกมัย รถสามารถสัญจรได้ทุกช่องทาง เช่นเดียวกับช่วงบริเวณทางเข้าโรงพยาบาลกรุงเทพ มุ่งหน้าแยกพร้อมพงษ์ และจากโรงพยาบาลกรุงเทพมุ่งหน้าแยกคลองตัน ซึ่งรถสามารถใช้เส้นทางได้ตลอดทุกช่องทาง

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. นี้ เหลืออีกแค่เพียง 2 วัน แต่ก็ยังมีจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ยังคอยเป็นห่วงประชาชน.



