เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8-1 ว่าการมีอยู่ของบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ว่าจะเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าวหรือไม่ ตนเห็นว่าสิ่งที่แทบจะเป็นฉันทามติของสังคม รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญเอง คือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อเป็นปัญหาจริง และไม่ควรมีอยู่อีกในบัตรเลือกตั้งในอนาคต โดยบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ มีลักษณะระบุรหัสบัตรที่เป็นเอกลักษณ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.เขต ที่ระบุเพียงรหัสเล่ม ซึ่งประเด็นนี้ทำให้เกิดมุมมองที่ต่างกันในเรื่องความลับของการออกเสียง
สำหรับประเด็นว่าบาร์โค้ดทำให้การออกเสียงไม่เป็นความลับหรือไม่นั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า การมองในมิติของความลับแบบบริบูรณ์ หากในทางเทคนิคสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ผ่านการเชื่อมโยงบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีผู้ใช้สิทธิ ก็ถือว่าการออกเสียงไม่ลับอีกต่อไปโดยอัตโนมัติ ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญมองในมิติความลับแบบมีเงื่อนไขว่าแม้จะตรวจสอบย้อนกลับได้ในทางเทคนิค แต่เนื่องจากเป็นสิ่งที่กระทำได้ยากและต้องฝ่าฝืนกฎหมาย จึงถือว่ายังไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกันในข้อกฎหมาย แต่ศาลรัฐธรรมนูญยอมรับว่าบาร์โค้ดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชน และยังแนะนำคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ให้ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดบนบัตรเลือกตั้งที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผลการออกเสียงลงคะแนนอีก
“ดังนั้น แม้ปัญหาดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นได้อีกในอนาคต แต่คำถามที่ตามมาคือ กกต.จะรับผิดชอบหรือตอบคำถามสังคมอย่างไรต่อปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นไปแล้ว ที่ผ่านมา กกต.พยายามเลี่ยงไม่ตอบหลายประเด็นที่ตนได้ถาม กกต.ผ่านกลไกกรรมาธิการในสภา โดย กกต.มักอ้างว่าเป็นเพราะเรื่องดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาโดยศาลรัฐธรรมนูญ” นายพริษฐ์ ระบุ
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้ว ตนหวังว่า กกต.จะตอบคำถามดังต่อไปนี้ให้ชัด คือ 1.ใครเป็นคนริเริ่มแนวคิดว่าบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อควรจะต้องมีบาร์โค้ดที่ระบุรหัสบัตร 2.หากจะให้เหตุผลว่าบาร์โค้ดที่ระบุรหัสบัตร มีความจำเป็นต่อการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งหรือการป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง แล้วเหตุใด กกต.จึงสามารถออกแบบบัตรเลือกตั้ง สส.เขต และบัตรออกเสียงประชามติ ที่ไม่จำเป็นต้องมีบาร์โค้ดหรือสัญลักษณ์ที่ระบุรหัสบัตรได้ หรือ กกต.กำลังจะบอกว่าบัตรเลือกตั้ง สส.เขต และบัตรออกเสียงประชามติ ไม่มีมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งหรือป้องกันการทุจริตเลือกตั้งที่ดีเพียงพอ 3.ใครบ้างที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ณ วันเลือกตั้ง เพราะหากข้อมูลนี้เป็นที่รับรู้ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก่อนวันเลือกตั้ง ข้อมูลนั้นจะกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้กลุ่มนั้นสามารถใช้ในการพยายามตรวจสอบหรือข่มขู่ว่าจะมีวิธีการตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร
“กกต.ในฐานะองค์กรอิสระ ต้องเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมือง แต่ต้องไม่เป็นอิสระจากการถูกตรวจสอบโดยประชาชน” นายพริษฐ์ ระบุ.



