เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำการดำเนินงานของรัฐบาล และแนวทางการช่วยเหลือประชาชน ว่า สภาพอากาศจากที่เมื่อวันที่ 28 ก.ย. มีการพยากรณ์อากาศขึ้นไปทางฝั่งตะวันตก ในวันนี้ก็อ่อนกำลังลง รวมถึงฝนเคลื่อนไปทางฝั่งตะวันออก ปริมาณน้ำฝนก็น้อยลงเช่นกัน ยังมีน้ำฝนที่ตกมาเมื่อคืนจะอยู่ในบริเวณทางภาคเหนือ มีจ.กำแพงเพชร เชียงใหม่ และตากอีกเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำในพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากฝนตกโดยส่วนใหญ่อยู่เหนือเขื่อนที่จะรองรับน้ำ

ส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากที่เมื่อวันที่ 28 ก.ย. มีการดำเนินการเปิดระบายน้ำออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และวันนี้จะมีการพิจารณาว่าจะระบายน้ำเพิ่มหรือไม่ หากปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มจะกระทบต่อกรุงเทพมหานคร แต่เขื่อนมีคันกั้นน้ำที่มีความสูง และยังมีความจุที่เพิ่มเติมที่จะรับน้ำได้อีก ในส่วนของการระบายน้ำในปัจจุบันที่จ.สมุทรปราการ ทางกรมชลประทานก็ได้มีการติดตั้งเครื่องระบายน้ำเพิ่มเติม และใช้เครื่องสูบน้ำเดิมอย่างเต็มประสิทธิภาพก็จะมีการระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย  

ขณะที่ กทม. เช้านี้ไม่มีฝนตกเพิ่มขึ้นแล้ว ไม่มีกลุ่มฝน ตลอดทั้งวันกรุงเทพฯ น่าจะไม่มีฝน ทำให้การระบายน้ำจะมีประสิทธิภาพหากไม่มีฝนเพิ่มเติม แต่ในปัจจุบันนี้ยังมีระดับน้ำที่ท่วมสูงบนถนนที่สูงกว่า 30 เซนติเมตร รถเล็กผ่านไม่ได้อยู่อีกเพียงแค่ 6 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เช่น ถนนรามคำแหง 24, ถนนศรีนครินทร์, ถนนนวมินทร์, ถนนลาดพร้าว (จากลาดพร้าว 101 ถึงแยกบางกะปิ), ถนนสุวินทวงศ์, ถนนพัฒนาการ 53 เป็นส่วนของพื้นที่ฝั่งตะวันออกที่ยังมีน้ำท่วมอยู่ในหลายจุด ปัจจุบันการระบายน้ำ กทม. ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ศักยภาพการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 51 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งคาดว่าบริเวณที่ยังท่วมอยู่ในฝั่งตะวันออกน่าจะใช้เวลาอีก 2-3 วัน ถ้าไม่มีฝนมาเพิ่มเติม ซึ่งจากการพยากรณ์อากาศน่าจะไม่มีแล้ว 

ส่วนฝั่งตะวันตก ที่มีฝนมากเข้าไปเพิ่มเติมและให้ปริมาณน้ำเพิ่มเติม ในวันนี้จะมีการแจ้งเตือนระดับน้ำที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้นในแม่น้ำแม่กลอง อยู่ใน 3 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม อาจจะยังมีฝนตกอยู่เล็กน้อย เนื่องจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ หยุดระบายน้ำ 2 วัน และมีปริมาณน้ำที่เพิ่มเติมเข้ามา เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้อาจจะเริ่มมีการเปิดให้มีการระบายน้ำออกจากเขื่อนทั้ง 2 เขื่อน ซึ่งทางน้ำก็จะไปที่แม่น้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณ มวลน้ำจะใช้เวลา 3 วัน ไปยังเขื่อนแม่กลอง และจากเขื่อนแม่กลองจะลงไปสู่อัมพวา ใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง 

สำหรับพื้นที่ที่จะต้องเฝ้าระวัง เป็นพื้นที่ริมน้ำแม่กลองของจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ขอให้ประชาชนฟังข้อมูลจากการแจ้งเตือนของจังหวัด และเมื่อวานมีการแจ้งเตือนโดย ปภ. เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ถ้ามีสถานการณ์เพิ่มเติมจะมีการแจ้งเตือนเพิ่มเติม ขอให้ประชาชนฝั่งน้ำแม่กลองติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การติดตามตัวเลขการระบายน้ำ ถ้ามีการประกาศระบายน้ำทุกๆ การระบายน้ำที่เพิ่มขึ้น 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 20 เซนติเมตร เพราะฉะนั้นในบางที่ที่มีตลิ่งไม่เท่ากัน ก็ขอให้พิจารณาตัวเลขตามนี้ พื้นที่ริมน้ำแม่กลองคือจ.กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม อาจจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 เมตร จากปัจจุบัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมน้ำให้ยกของให้พ้นจากระดับที่มีการเตรียมการไว้ 

สำหรับจ.จันทบุรี ที่มีข่าวเหมืองแร่เก่ามีน้ำทะลักออกมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปตรวจสอบ พบว่าบริเวณที่มีการกัดเซาะ และแตกนั้นไม่ได้เป็นบริเวณที่มีการทำเหมือง แต่เป็นบริเวณที่ห่างจากเหมืองเดิมประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นจุดที่ใช้ดักตะกอนและกักเก็บน้ำ อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนไปตรวจแล้ว จะรอผลการตรวจว่ามีตะกั่วอยู่หรือไม่จะรายงานให้ทราบต่อไป 

จ.เพชรบุรี กรมชลประทานได้มีการหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบกับพี่น้องชาวเพชรบุรี ปัจจุบันนี้เขื่อนรับน้ำอยู่ที่ประมาณ 97% ของความจุ ซึ่งยังมีพื้นที่ความจุที่จะรับน้ำได้เพิ่มเติม และถ้าฝนไม่ได้ตกเพิ่มเติม น้ำไม่ได้เข้ามาเพิ่ม ก็จะอยู่ในการบริหารจัดการ แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้ชาวจังหวัดเพชรบุรีมีการติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด 

ภาคตะวันออก สถานการณ์เมื่อวานมีฝนตกเพิ่มเติม มีน้ำเอ่อล้นขึ้นมาบริเวณริมแม่น้ำ จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง คือ จ.ปราจีนบุรี อ.กบินทร์บุรี เมื่อคืนนี้ได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ปัจจุบันน้ำน่าจะเริ่มลดลง ถ้าเกิดว่าวันนี้ฝนตกน้อยลง มวลน้ำที่ผ่านกบินทร์บุรีจะลงไปสู่อำเภอเมืองปราจีนบุรี วันนี้พี่น้องชาวอ.เมืองปราจีนบุรีอาจจะมีน้ำล้นคันกั้นน้ำได้ ซึ่งทางจังหวัดได้เตรียมการ และแจ้งเตือนประชาชนแล้ว สำหรับผู้ใดที่ยังไม่ได้เตรียมการ ขอให้มีการเตรียมการ ซึ่งจังหวัดปราจีนบุรีอาจจะมีน้ำที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการท่วมมากที่สุดของจังหวัดปราจีนบุรีเมื่อรอบที่แล้ว ขอให้ยกของอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าเดิม  

ส่วนจ.ระยอง ฝนจะตกหนักที่อ.แกลง และน้ำจากอ่างประแสร์ที่ล้นสปิลเวย์จะไปที่เมืองระยอง ตอนนี้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนเฝ้าระวัง และจากที่มีข้อมูลข่าวสารทางโลกออนไลน์หลายกระแส ที่พูดถึงเรื่องของอ่างเก็บน้ำคลองระโอกว่ามีการแตกแล้ว ตนเห็นรูปแล้วว่าไม่ได้แตก วันนี้ขอย้ำอีกครั้งว่า กรมชลประทานเข้าไปดูแล้ว มีการซ่อมแซมส่วนที่กัดเซาะด้านข้าง ไม่ได้มีการพังหรือแตกแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดระยองไม่ต้องมีความกังวลว่าจะมีเขื่อนแตก 

ส่วนจ.สระแก้ว ยังมีข้อมูลทรงตัวอยู่ และได้ส่งความช่วยเหลือเข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นในภาคตะวันออกจะเน้นย้ำอยู่ 3 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว และแนะนำว่าควรย้ายออกจากพื้นที่ลุ่มน้ำริมน้ำเพื่อความปลอดภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที ถ้าเกิดมีน้ำเอ่อล้นขึ้นมา ย้ำว่า กลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงให้ออกจากพื้นที่ สถานการณ์น้ำในวันนี้ 

เมื่อถามถึง เงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย นายเอกภพ กล่าวว่า สิ่งที่พิจารณาในคณะรัฐมนตรี จะตั้งคำของบกลางจากปี 69 ที่จะหมดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จำนวน 2,000 ล้านบาท ในรายละเอียดได้พูดคุยกันระหว่างกรุงเทพมหานครกับสำนักงบประมาณ เพื่อให้การแบ่งเยียวยาเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน และเป็นไปในรูปแบบเดียวกันกับประชาชนทั่วทั้งประเทศซึ่งยังต้องมีการพูดคุยอยู่