จากกรณีกรุงเทพมหานคร เตือนเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-4 ต.ค. 69 มวลน้ำจากตอนบนไหลสมทบ ระดับน้ำแม่น้ำเพิ่มสูง เสี่ยงกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำและชุมชนนอกแนวป้องกันน้ำ พื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำ ขณะที่เส้นทางสัญจรที่ควรติดตามสถานการณ์ ได้แก่ ถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์ และ ถนนพระราม 2

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า สำหรับน้ำเหนือเรามอนิเตอร์ตลอด สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่น่ากังวล เพราะน้ำเหนือลงมาที่เจ้าพระยาเรามีจุดเช็กอยู่ที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เฉลี่ยที่ 1,814 ลบ.ม./วินาที  ยังรับได้อยู่

ทั้งนี้ โดยหลักการน้ำเหนือกับน้ำหนุน คือน้ำเดียวกันอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนน้ำฝนหลักการคือต้องดูดข้ามคัน ไม่มีช่วงเวลาที่จะเปิดประตูให้น้ำได้ เพราะน้ำเจ้าพระยาสูงกว่าน้ำข้างในเสมอ

ดังนั้น น้ำเหนือกับการดูดน้ำจึงไม่มีปัญหา น้ำเหนือก็จะมี 2 ส่วน คือล้นข้ามคัน แต่ตอนนี้ไม่ข้ามคัน แต่จะมีปัญหากับชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งวันนี้น้ำขึ้นสูงสุดเวลา 19.00 น. ที่บริเวณปากคลองตลาด เมื่อบวกกับฐานน้ำแล้วมีระดับ 2 เมตร แต่ กทม.มีระดับคันสูง 3 เมตร จึงยังต่ำกว่าระดับพื้นที่ ซึ่งได้มีการแจ้งเตือนชาวบ้านที่อยู่นอกคันแล้ว

“ส่วนน้ำเหนือโดยตรง คิดว่ายังไม่มีผลกระทบอะไร ก็มีเฉพาะชุมชนที่อยู่นอกคัน ยกเว้นน้ำเหนือที่ผันออกมาทางทางฝั่งตะวันออกอาจมีผลกระทบ ตอนนี้ได้คุยกับกรมชลประทานว่าให้ชะลอการผันน้ำไปทางฝั่งตะวันออกก่อน”