สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ว่า ผู้สันทัดกรณีด้านความมั่นคงของอิรัก กล่าวว่า การถอนทหารตามที่ตกลงกันเมื่อปี 2567 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน และดำเนินการโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน ที่ทำสงครามกับอิหร่านในขณะนี้ อาจส่งผลให้รัฐบาลเตหะรานและพันธมิตรที่ทรงอิทธิพลมีอิสระอย่างเต็มที่ และเปิดโอกาสให้ศัตรูของสหรัฐ เช่น กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) กลับมาอีกครั้ง

“อิหร่านจะได้รับประโยชน์ในเชิงยุทธศาสตร์จากการถอนตัวของกองกำลังพันธมิตร เนื่องจากไม่มีทหารประจำการที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลอิทธิพลของอิหร่านในอิรักมาเป็นเวลานานหลายปี” นายจาซิม อัล-บาฮัดลี นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงชาวอิรัก ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษากลุ่มติดอาวุธนิกายชีอะห์ที่มีความสัมพันธ์กับอิหร่าน กล่าว

ทั้งนี้ อัล-บาฮัดลี คาดการณ์ว่ากลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนอิหร่าน จะนำเสนอการถอนกำลังของสหรัฐว่าเป็นชัยชนะของขบวนการของพวกเขา และพยายามใช้กระแสความได้เปรียบดังกล่าวเพื่อสร้างอิทธิพลมากขึ้น ในด้านความมั่นคงและการตัดสินใจทางการเมือง

แม้การถอนกำลังของทหารสหรัฐ เป็นสิ่งที่ชาวอิรักจำนวนมากต้องการอย่างกว้างขวาง ทว่าผู้ที่กังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ต่างเกรงว่าการถอนกำลังครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร

ด้านนายอับดุลราห์มาน อัล-โซไบอี ผู้นำชนเผ่าซุนนีในเมืองฟัลลูจาห์ ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังต่อต้านสหรัฐ กล่าวว่า พวกเขาเชื่อว่าอิรักยังไม่มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรับช่วงต่อภารกิจด้านความมั่นคงในขณะนี้ และสิ่งที่ชาวอิรักกังวลคือ การที่กองกำลังที่นำโดยสหรัฐถอนตัวในลักษณะข้างต้น และก่อให้เกิดภาวะสุญญากาศ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS