สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ว่า ด้านนายโลรองต์ นูเญซ รมช.มหาดไทยฝรั่งเศส เปิดเผยว่า มีเจ้าหน้าที่ความมั่นคง 12 นาย นักเรียน 12 คน และบุคลากรของโรงเรียนอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บเมื่อวันจันทร์ (28 ก.ย.) ขณะที่มีโรงเรียนได้รับผลกระทบจากการประท้วงรวม 180 แห่ง
ทั้งนี้ เขาไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ที่ถูกจับกุม
Blocage des lycées: Laurent Nuñez, ministre de l'Intérieur, évoque "164 interpellations" pic.twitter.com/W8FXO708ox
— BFM (@BFMTV) September 28, 2026
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของฝรั่งเศส เริ่มต้นขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในภูมิภาคอีล-เดอ-ฟรองซ์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กรุงปารีสและปริมณฑล โดยมีการรายงานเหตุการณ์ทำลายทรัพย์สิน และการจุดพลุไฟใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขณะนี้การประท้วงได้ลุกลามไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ของฝรั่งเศสแล้ว
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีการปิดกั้นโรงเรียนมัธยมศึกษา 4 แห่งในพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัดอาลป์-มารีตีม และวาร์ นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงเกิดขึ้นในเมืองมาร์เซย์ พื้นที่ลีล ทางตอนเหนือของประเทศ และเมืองเซอด็องในจังหวัดอาร์แดน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
Tear gas at the school gates – Police move in as French students protest learning conditions in Saint-Denis
— Viory Video (@vioryvideo) September 28, 2026
Police fired tear gas and made arrests as students demanded smaller classes and more staff.
The interior minister said around 180 schools were affected and 164 people… pic.twitter.com/7igZvCts0n
ทางด้านสหภาพนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มนักเรียน ได้ออกมาปกป้องการประท้วงผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวถึงการขาดแคลนครูและบุคลากร สภาพโรงเรียนที่ทรุดโทรม ตารางเรียนและห้องเรียนที่แออัด รวมถึงความเครียดที่เกิดจากระบบ “Parcoursup” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่นักเรียนฝรั่งเศสใช้สมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
พวกเขาระบุว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นผลพวงจากนโยบายตลอด 10 ปีของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส และการขาดแคลนทรัพยากรในระบบการศึกษาของชาติ พร้อมเรียกร้องให้นักเรียนร่วมกันปิดกั้นทางเข้าออกโรงเรียนในวันอังคาร (29 ก.ย.) เพื่อปกป้องสิทธิของตน และต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดด้านงบประมาณ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



