สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูชิช ผู้นำเซอร์เบีย ยอมรับความพ่ายแพ้ ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้ง “ครั้งประวัติศาสตร์” หลังแนวร่วมนักศึกษาที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลคว้าชัยชนะ ส่งผลให้การครองอำนาจทางการเมืองของวูชิชที่ยาวนานกว่า 12 ปีสิ้นสุดลง และเปิดทางสู่ยุคการเมืองใหม่ของประเทศ


วูชิช นักการเมืองประชานิยมและชาตินิยม ครองอำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี 2557 ก่อนประกาศจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางการประท้วงของนักศึกษาที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 2 ปี จากข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและแนวโน้มการใช้อำนาจนิยม ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากโศกนาฏกรรมหลังหลังคาทางเข้าสถานีรถไฟในเมืองโนวีซาด พังถล่มเมื่อปี 2567 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 16 ราย


วูชิชกล่าวว่า ผลคะแนนเบื้องต้นชี้ว่า กลุ่มนักศึกษาจะได้ที่นั่งในสภาแห่งชาติราว 135-140 ที่นั่ง จากทั้งหมด 250 ที่นั่ง ขณะที่พรรคก้าวหน้าเซอร์เบีย ( เอสเอ็นเอส ) ของเขาได้ประมาณ 105 ที่นั่ง หลังการประกาศผล ชาวเซอร์เบียนับหมื่นคนออกมาร่วมเฉลิมฉลอง ตามถนนสายหลักในกรุงเบลเกรด


การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ออกมาใช้สิทธิใกล้ 70% สูงที่สุดนับตั้งแต่ยูโกสลาเวียล่มสลายเมื่อปี 2535 ขณะที่ผู้นำยุโรปหลายคนร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะของกลุ่มนักศึกษา ซึ่งอาจเป็นต้นแบบให้ขบวนการนักศึกษาในประเทศอื่นของยุโรปที่กำลังเคลื่อนไหวเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง


อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากรายชื่อผู้สมัคร 250 คนที่ได้รับการสนับสนุนจากนักศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่รู้จัก และยังไม่มีความชัดเจนว่า ใครจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญโจทย์สำคัญในการปราบปรามการทุจริต ปรับปรุงระบบการศึกษา และรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับจีน รัสเซีย และสหภาพยุโรป ( อียู ) ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อเซอร์เบีย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS