วานนี้ (22 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการรักษาสัตว์ป่วยด้วยการถ่ายเลือดข้ามสายพันธุ์ของสัตวแพทย์คนหนึ่งและประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง
“โรโล” แมววัย 2 ปีของหลุยส์ วูด เกิดป่วยขั้นวิกฤตเนื่องจากภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรงที่มีสาเหตุมาจากโดนหมัดกัด มันไม่สามารถกินอาหารหรือน้ำได้ และอ่อนแรงมากจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ครอบครัวของโรโลรีบส่งตัวมันไปรับการรักษาฉุกเฉินที่คลินิกเว็ตส์ นาว ในเขตซัตตัน ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
โรโลจำเป็นต้องได้รับการถ่ายเลือดอย่างเร่งด่วน แต่ในขณะนั้นไม่มีเลือดแมวพร้อมใช้งาน เพจ วอล์กเกอร์ สัตวแพทย์ประจำเคสฉุกเฉินช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงตัดสินใจเลือกใช้วิธีทางเลือกฉุกเฉินที่เป็นยอมรับในทางการแพทย์ โดยใช้เลือดจาก “จิน” สุนัขพันธุ์ค็อกเกอร์ สแปเนียล วัย 4 ปีของเธอเอง ซึ่งกลายมาเป็นผู้บริจาคเลือดช่วยชีวิตโรโล

สัตวแพทย์วอล์กเกอร์ระบุว่า ตอนนั้นไม่มีเลือดแมวให้ใช้เลย และเลือดแมวเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก แต่โชคดีที่เป็นบ่ายวันอาทิตย์ เธอจึงพาจินมาที่ทำงานด้วย แม้การถ่ายเลือดจากสุนัขให้แมวจะฟังดูน่าประหลาดใจ แต่จริงๆ แล้วเป็นวิธีทางเลือกสำหรับการใช้งานในกรณีฉุกเฉินเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวมีความเสี่ยงและไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ที่สำเร็จได้เสมอไป
ผลการตรวจพบว่า ค่าเม็ดเลือดแดงของโรโลลดลงเหลือเพียงร้อยละ 7 ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติซึ่งอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30 อย่างมาก ทีมแพทย์ได้เจาะเลือดจากจินประมาณ 60 มิลลิลิตรเพื่อถ่ายให้โรโล พร้อมเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวประสบผลสำเร็จด้วยดี และระดับเม็ดเลือดแดงของโรโลค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น

ในเช้าวันถัดมา โรโลมีอาการดีขึ้นจนสามารถส่งตัวกลับไปดูแลต่อที่คลินิกสัตว์ทั่วไป ก่อนจะกลับบ้านในหมู่บ้านคาร์แชลตันที่อยู่ใกล้เคียง
หลุยส์ วูด เจ้าของโรโลรู้สึกโล่งอกอย่างมาก เธอเผยว่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเลือดสุนัขสามารถนำมาใช้กับแมวได้ พร้อมเล่าว่าชื่อ “โรโล” นั้น ตั้งตามชื่อสุนัขในภาพยนตร์เรื่อง “101 Dalmatians” โรโลจึงเป็นแมวที่ตั้งชื่อตามสุนัขและได้รับการช่วยชีวิตโดยสุนัขเช่นกัน
นอกจากนี้ วูดยังเล่าว่าเธอหยดยาป้องกันเห็บหมัดให้โรโลเป็นประจำ แต่เพิ่งรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อตามร้านขายทั่วไปไม่มีประสิทธิภาพมากพอในการกำจัดเห็บหมัด ด้าน แซม คิง สัตวแพทย์หัวหน้าทีมของคลินิกเว็ตส์ นาว เตือนว่า เห็บหมัดสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อยาได้ตามกาลเวลา ยาป้องกันเห็บหมัดทั่วไปจึงอาจไม่ได้ผล และแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ยารุ่นใหม่ๆ ตามคำสั่งแพทย์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : Vets Now Sutton



