เมื่อวันที่ 23 ต.ค. นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า คนสอบตกไม่มีแสง แล้วทำไมคนมีอำนาจถึงร้อนตัว? นายกรัฐมนตรีอนุทินบอกว่าผมมีความแค้นส่วนตัว เพราะแพ้เลือกตั้งให้พรรคภูมิใจไทย 2-3 รอบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ก็ออกมาย้ำอีกว่าผมสอบตกเลือกตั้ง 3 ครั้งรวด ต้องการหาแสง สร้างเรตติ้งให้ตัวเอง
ผมชักสงสัยแล้วครับว่า คนสอบตก ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีอำนาจ ไม่มีแสงอย่างผม ทำไมถึงทำให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลต้องเสียเวลามาพูดถึงกันบ่อยเหลือเกิน ท่านพิพัฒน์ครับ ก่อนจะให้สัมภาษณ์อะไร ผมอยากให้ท่านตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบคอบก่อนนะครับ อย่าเพิ่งรีบตอบโต้เพียงเพราะเห็นชื่อคนในครอบครัวปรากฏอยู่ในข่าว
ที่ผ่านมา ผมเพียงเปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ Maxbit ตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และเส้นทางธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับบ่อน Shuffle.com เท่านั้น ผมยังไม่เคยกล่าวหาว่าท่านหรือลูกชายกระทำความผิดอะไรเลย แต่แทนที่ท่านจะอธิบายข้อเท็จจริง กลับมาพูดเรื่องผมสอบตกเลือกตั้ง หาแสง และตั้งข้อสงสัยว่าผมเอาข้อมูลมาจากไหน ทั้งที่ท่านเองก็ยอมรับว่ายังไม่แน่ใจ
นายศิริโชค ระบุว่า ผมเปิดเผยข้อมูลบริษัท แต่ท่านกลับตอบโต้เรื่องส่วนตัวของผม แล้วตกลงใครกันแน่ที่กำลังเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับการตรวจสอบข้อเท็จจริง? โดยเฉพาะประโยคที่ท่านบอกว่า ข้อมูลที่ผมนำมาเปิดเผยไม่น่าจะเป็นข้อมูลที่ผมสืบค้นเอง แต่น่าจะมาจาก ก.ล.ต. หรือมาจากไหนก็ไม่แน่ใจ อ้าว! ในเมื่อท่านเองก็ยังไม่แน่ใจ แล้วเหตุใดถึงกล้าสรุปว่าผมไม่ได้สืบค้นข้อมูลเองล่ะครับ?
ผมเริ่มเดินตามเส้นทางเงินจาก Bitkub ก่อน จนพบธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับบ่อน Shuffle.com มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท จากนั้นจึงขยายการตรวจสอบไปยังผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่น จนมาถึง Maxbit และสิ่งที่พบก็ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยครับ Maxbit ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการแล้วว่า มีธุรกรรมโอนตรงจากระบบรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทไปยังที่อยู่รับเงินของบ่อน Shuffle.com อย่างน้อย 3 ที่อยู่ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท
ท่านคิดจริง ๆ หรือครับว่าผมไม่มีข้อมูล? ถ้าผมไม่มีข้อมูล แล้วคณะกรรมาธิการจะเชิญ Maxbit มาชี้แจงทำไม? และถ้าข้อมูลของผมไม่มีมูล แล้วเหตุใด Maxbit จึงยืนยันว่ามีธุรกรรมดังกล่าวจริง? นี่คือการตรวจสอบครับ ไม่ใช่การหาแสง ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับครอบครัวท่านพิพัฒน์ และไม่ได้มีความแค้นอะไรกับใคร ผมแค่เดินตามเส้นทางเงิน ไม่ได้เดินตามนามสกุลใคร เงินไปถึงไหน ผมก็ตรวจสอบถึงนั่น เจออะไร ผมก็นำมาบอกประชาชน
นายศิริโชค ระบุต่อไปว่า Maxbit เป็นนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐ และมีระบบรับฝากดูแลสินทรัพย์ของลูกค้า จึงมีหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมตามกฎหมาย การมีใบอนุญาตไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกรรมจะถูกต้องโดยไม่ต้องตรวจสอบ และการตรวจสอบก็ไม่ได้แปลว่าผมตัดสินว่าใครผิดแล้ว การที่มีชื่อคนในครอบครัวอยู่ในโครงสร้างผู้ถือหุ้น ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นทำผิด และผมก็ไม่เคยบอกว่าผิด
แต่การมีชื่ออยู่ในโครงสร้างผู้ถือหุ้น ก็ไม่ได้ทำให้บริษัทนั้นพ้นจากการตรวจสอบเช่นกัน ผมยังไม่ได้กล่าวหาใคร แต่ท่านกลับรีบออกมาปกป้อง ทั้งที่ยังไม่มีใครกล่าวหา เพราะฉะนั้นไม่ต้องกินปูนร้อนท้องครับ ปล่อยให้บริษัทชี้แจงด้วยหลักฐานดีกว่า ส่วนเรื่องสอบตกเลือกตั้ง ผมยอมรับครับว่าแพ้ แต่ผมไม่เคยคิดว่าการแพ้เลือกตั้งเป็นเรื่องน่าอาย
นายศิริโชค ระบุต่อไปว่า ท่านพิพัฒน์ครับ เลิกกระแนะกระแหน เลิกบูลลี่ (กลั่นแกล้ง) เลิกด้อยค่าคนอื่นด้วยผลการเลือกตั้งเสียทีเถอะครับ แล้วหันมาตอบคำถามด้วยข้อเท็จจริงจะดีกว่า ก่อนจะบอกว่าคนอื่นไม่มีข้อมูล อย่างน้อยท่านควรมีข้อมูลก่อนที่จะพูด เพราะการไม่รู้ว่าเขาหาข้อมูลมาจากไหน ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีข้อมูล และการที่ท่านไม่รู้ ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะต้องไม่รู้เหมือนท่าน คนสอบตกยังมีสิทธิตรวจสอบรัฐบาล ส่วนคนสอบผ่านก็ไม่ได้มีสิทธิอยู่เหนือการตรวจสอบ
“ผมสอบตกเลือกตั้ง แต่ไม่ได้สอบตกเรื่องตรวจสอบเส้นทางเงิน สุดท้ายขอฝากไว้สักประโยคครับ ผมไม่มีแสงก็จริง แต่แปลกนะครับ พอผมส่องไฟไปตามเส้นทางเงิน ทำไมคนมีอำนาจถึงแสบตากันนัก?” นายศิริโชค ระบุ



