สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวถึงการชุมนุมและเดินขบวนประท้วงของหลายฝ่าย ในวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. นี้ ว่าในพื้นที่ซึ่งไม่ได้สั่งห้ามการชุมนุมทั้งหมด จะอนุญาตเฉพาะการชุมนุมซึ่งจัดโดย “หน่วยงานที่ถูกกฎหมาย” อาทิ สหภาพแรงงาน พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะเพิ่มกำลังตำรวจอีก 20% เมื่อเทียบกับช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจกรุงปารีสขยายเวลาบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวบางส่วน ไปจนถึงวันจันทร์ที่ 26 ต.ค. นี้ โดยรวมถึงการห้ามประชาชนสัญจรบริเวณจัตุรัสปลาซ เดอ ลา เรปูบลิก และย่านการค้าเลอาล ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ถึง 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 04.00-11.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย )


ขณะที่เมืองมาร์แซย์และลียงประกาศห้ามการชุมนุมประท้วงทุกประเภทในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และระงับบริการขนส่งสาธารณะทุกประเภท ตลอดวันเสาร์ที่ 24 ต.ค.


นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ออร์แซ และปิกัสโซ ในกรุงปารีส จะปิดให้บริการในวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย และเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการประท้วง


กระทรวงยุติธรรมฝรั่งเศสรายงานว่า มีผู้ถูกตัดสินจำคุกแล้ว 217 คน จากการพิจารณาคดีแบบเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบครั้งก่อน ขณะที่มีผู้ถูกจับกุมทั่วประเทศราว 2,700 คน และมากกว่า 1,000 คนขึ้นศาลแล้ว โดยครึ่งหนึ่งของผู้ถูกควบคุมตัวไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน


มาครงกล่าวว่า ไม่ควรมีการชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นอีก และหากเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้จัดโดยสหภาพแรงงาน รัฐบาลจะสั่งห้ามเท่าที่สามารถทำได้ พร้อมกล่าวหากลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายจัดบางกลุ่มว่า พยายามก่อความวุ่นวายเพื่อโค่นล้มสาธารณรัฐ


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุน โดยส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลฝรั่งเศสพุ่งสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญ แตะระดับ 5% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2545 ท่ามกลางความกังวลว่าความวุ่นวายจะซ้ำเติมปัญหาการคลังของประเทศ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS