นายณัฏฐ์ ณัฐนิธิการัชต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านค้าปลีกไอที เปิดเผยในงาน “The Premium Tech Wave: เจาะโอกาสธุรกิจค้าปลีก-สินเชื่อ ยุคสินค้าไอทีราคาแพง” จัดโดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด ว่า ราคาชิ้นส่วนไอทีที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจทำให้ลูกค้าบางส่วนชะลอการซื้อหรือปรับสเปกให้เหมาะสมกับงบประมาณ แต่ความต้องการใช้งานยังคงมีอยู่ ขณะเดียวกัน เทคโนโลยี เอไอ กำลังสร้างสินค้ากลุ่มใหม่และโอกาสในการขยายตลาด บริษัทจึงมุ่งต่อยอดความพร้อมของเครือข่ายสาขาและพอร์ตสินค้า เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าวและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
“การเติบโตในระยะถัดไป บริษัทมองเห็นโอกาสจากตลาด คอมเมอร์เชียล และระบบเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งยังมีส่วนแบ่งตลาดไม่มาก โดยมุ่งขยายจากอุปกรณ์ไอทีพื้นฐานไปสู่สินค้าและโซลูชันระดับกลางถึงระดับบนที่มีโอกาสสร้างอัตรากำไรสูงขึ้น ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจ แอปเปิล และ แอนดรอยด์ ที่ยังขยายตัวได้”
นายศรัณย์ ปัญหา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบริหารด้านการขาย กล่าวว่า บริษัทเตรียมปรับสัดส่วนสินค้าและแบรนด์ โดยเพิ่มน้ำหนักให้กลุ่มที่มีศักยภาพในการทำกำไร โดยจะทยอยปรับการดำเนินงานในไตรมาส 4 ควบคู่กับการบริหารต้นทุนโปรโมชันสำหรับสินค้าใหม่ อีกปัจจัยสนับสนุนคือความร่วมมือกับผู้ให้บริการสินเชื่อ นอน-แบงก์ ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีบัตรเครดิต การมีทางเลือกผ่อนชำระทำให้ลูกค้าบางส่วนสามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้นตามความต้องการใช้งาน ขณะที่บริษัทมีโอกาสลดภาระค่าใช้จ่ายสนับสนุนโปรโมชันผ่อนชำระบางประเภท
ด้านนาย สรัญ ฐิตะวสันต์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ แอปเปิล กล่าวว่า บริษัทมี แอดไวซ์ ไอสโตร์ จำนวน 24 สาขา โดยตั้งเป้าขยายเป็น 29 สาขาภายในสิ้นปี 69 และ 50 สาขาในปี 2570 พร้อมมองโอกาสขยายเครือข่ายในระยะยาวอย่างน้อย 64 สาขาทั่วประเทศ กลยุทธ์หลักคือการเข้าถึงตลาดต่างจังหวัดที่แอดไวซ์มีความเชี่ยวชาญ ผ่านรูปแบบร้านที่สอดคล้องกับทำเลและพฤติกรรมลูกค้าในพื้นที่
“บริษัทยังวางแผนยกระดับรูปแบบร้านที่จะเปิดตั้งแต่ปี 70 ให้รองรับการให้บริการที่กว้างขึ้น ทั้งกลุ่มการศึกษา ธุรกิจขนาดเล็ก การจำหน่ายซอฟต์แวร์ กิจกรรมแนะนำการใช้งาน และบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมต่อยอดธุรกิจ แอปเปิลในกลุ่มลูกค้าองค์กร”
“หากเปรียบธุรกิจ Apple เป็นการวิ่ง 100 เมตร ผมมองว่าเรายังมาไม่ถึง 10 เมตร เพราะโอกาสข้างหน้ายังมีอีกมาก โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดที่เราเชี่ยวชาญ การเติบโตจากนี้จะมาจากทั้งการขยายสาขาและการเพิ่มบทบาทของร้านให้ครอบคลุมการขาย การเรียนรู้ และบริการหลังการขาย ซึ่งเปิดโอกาสให้เราสร้างทั้งยอดขายและกำไรได้กว้างขึ้น” นาย สรัญ กล่าว



