เมื่อกลางดึกวันที่ 29 ก.ย.2569 เวลาประมาณ 23.32 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยริมแม่น้ำบางปะกง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.บางคล้า อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.คลองเขื่อน และบางส่วนของ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หลังมวลน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก ไหลลงมาสมทบ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก 5–10 เซนติเมตร ให้ประชาชนเร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูงและเตรียมพร้อมอพยพ

หลังแจ้งเตือนไม่นาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา นำเรือเข้าช่วยเหลืออพยพชาวบ้านในพื้นที่ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า อย่างเร่งด่วน เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1.20 เมตร โดยจุดแรกที่หมู่บ้านดอนทับไก่ ซอย 5 หมู่ 5 สามารถช่วยเหลือนำผู้สูงอายุ หญิงชราที่ไม่สามารถเดินลุยน้ำได้ ซึ่งกู้ภัยต้องใช้วิธีสวมเสื้อชูชีพและแบกประคองขึ้นเรือ พร้อมชาวบ้านรวม 9 ราย เด็ก 4 ราย ผู้ใหญ่ 5 ราย และแมวอีก 2 ตัว ออกมาจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ต่อมาได้รับแจ้งเหตุเพิ่มที่หมู่บ้านวังโคลน ซอย 7 หมู่ 5 สามารถช่วยเหลืออพยพเพิ่มอีก 8 ราย เด็ก 4 ราย ผู้ใหญ่ 4 ราย รวมภารกิจครั้งนี้ช่วยชีวิตชาวบ้านได้ทั้งหมด 17 ราย








ขณะเดียวกัน บรรยากาศบริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราว มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา เป็นไปอย่างอลหม่าน มีชาวบ้านกว่า 100 ชีวิตในพื้นที่หมู่ 6 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า ตัดสินใจหอบลูก จูงหลาน และอุ้มสัตว์เลี้ยง หนีน้ำท่วมที่เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเข้าพักอาศัยเพิ่มเติม จากเดิมที่มีผู้ประสบภัยเข้าพักแล้วกว่า 300 ราย




ยายพิ้งค์ พรมกาญ อายุ 70 กว่าปี หนึ่งในผู้ประสบภัย เล่าว่า ขณะนั่งกินข้าวได้ยินชาวบ้านพูดกันว่าน้ำท่วมสูงเกิน 1 เมตร และเตรียมหนีไปศูนย์พักพิง ด้วยความกลัวว่าจะติดค้างอยู่คนเดียวเนื่องจากลูกหลานไม่อยู่บ้าน จึงตัดสินใจขึ้นรถมากับเพื่อนบ้านโดยไม่ได้หยิบสิ่งของติดมือมาเลย ซึ่งเจ้าหน้าที่ มรภ.ราชนครินทร์ ได้เร่งจัดหาที่นอนและผ้าห่มบรรเทาความหนาวเย็นให้แล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนนอกแนวคันกั้นน้ำให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมอพยพตลอด 24 ชั่วโมง








