นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 เพื่อติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมนำถุงยังชีพของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปส่งมอบให้ประชาชนในจุดที่ยังเข้าถึงได้ยาก หลังจากก่อนหน้านี้ได้ให้คำมั่นกับประชาชนว่าจะกลับมาช่วยเหลืออีกครั้ง
โดยนางรัดเกล้า กล่าวว่า แม้ขณะนี้หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่สถานการณ์ในพื้นที่เคหะร่มเกล้ายังแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน โดยยังมีน้ำท่วมขังในหลายจุด และจากการลงพื้นที่ต่อเนื่อง พบว่าระดับน้ำในบางบริเวณแทบไม่ลดลงอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทั้งนี้พื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้ามีความซับซ้อนในการเข้าถึงประชาชน โดยมีอาคารและแฟลตพักอาศัยรวมถึง 126 อาคาร แต่ละอาคารสูงประมาณ 5 ชั้น และมีห้องพักจำนวนมาก ทำให้การสำรวจและเข้าถึงประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือทำได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ยังมีน้ำท่วมสูงและบางพื้นที่ถูกตัดกระแสไฟฟ้า

“ช่วงกลางคืนเวลานั่งเรือเข้าไปในพื้นที่ จะได้ยินเสียงร้องขอน้ำ ขออาหาร หรือขอยาจากความมืดรอบด้าน บางครั้งมองขึ้นไปจะเห็นแสงจากโทรศัพท์มือถือหรือไฟฉายที่ชาวบ้านแกว่งเพื่อส่งสัญญาณให้เรือเห็น แต่เราแทบไม่สามารถบอกได้เลยว่าเสียงที่ร้องขอความช่วยเหลือมาจากตึกไหน เพราะมีทั้งอาคารและบ้านเรือนอยู่รอบตัว ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าการช่วยเหลือในพื้นที่ไม่ใช่เพียงเรื่องการนำเรือเข้าไป แต่ต้องมีระบบค้นหาและติดตามผู้ประสบภัยเป็นรายจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก หรือครอบครัวที่มีสมาชิกสามารถช่วยเหลือกันได้เพียงคนเดียวหรือมีจำนวนน้อย ซึ่งหลายครอบครัวไม่สามารถอพยพออกมาได้ด้วยตัวเอง และต้องรอความช่วยเหลือจากภายนอก” นางรัดเกล้า กล่าว

นางรัดเกล้า กล่าวอีกว่า สำหรับสิ่งที่ตนอยากสะท้อนจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คือพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้ายังขาดการเข้ามาบริหารจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบจากภาครัฐ ทำให้การช่วยเหลือจากหลายฝ่ายยังไม่สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลกันได้อย่างเต็มที่ จึงอยากวอนให้ภาครัฐเข้ามาช่วยดูแลอย่างจริงจังและเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเร่งด่วน ทั้งการสำรวจจำนวนประชาชนที่ยังตกค้าง การจัดทำข้อมูลรายอาคารและรายจุด การจัดลำดับพื้นที่เร่งด่วน ตลอดจนการประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานและทีมจิตอาสาต่างๆ เพื่อให้ทรัพยากรและความช่วยเหลือไปถึงประชาชนที่ต้องการอย่างตรงจุด

“ตลอด 4 วันที่ผ่านมา สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือคนไทยไม่ทิ้งกัน ขอบคุณอาสาสมัครทุกคน มูลนิธิทุกแห่ง ทหาร และทุกคนที่ยังอยู่ในพื้นที่เพื่อช่วยประชาชน ตั้งแต่วันที่ฝนเริ่มตกจนถึงวันนี้ที่เริ่มเห็นแดด แม้ภารกิจจะยากและซับซ้อน แต่ทุกคนยังเดินหน้าต่อ ภารกิจช่วยเหลือในพื้นที่ยังไม่จบลงเพียงเพราะฝนเริ่มหยุดหรือสถานการณ์ในพื้นที่อื่นเริ่มคลี่คลาย เพราะประชาชนที่อยู่ในจุดลึก จุดอับ หรืออาคารที่เข้าถึงยาก ยังต้องได้รับการตรวจสอบและช่วยเหลือ จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีใครตกค้าง” นางรัดเกล้า กล่าว.



