เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2569 “แผน 14 เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand’s Next Agenda”) ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษภายใต้หัวข้อการขับเคลื่อน “ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14” (พ.ศ. 2571-2575) ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม” โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมงานด้วย

โดยนายกฯ กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า บทเรียนจากสภาวะภัยพิบัติและน้ำท่วมในปัจจุบัน วันนี้เหตุการณ์ที่อยู่ต่อหน้าเราได้บอกบางอย่างกับเราชัดเจน ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ รวมถึงใน กทม.ต้องเผชิญกับสภาวะภัยพิบัติฝนตกหนักและทำให้เกิดน้ำท่วม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบกับการเดินทาง แต่กระทบคุณภาพชีวิต กระทบบ้านเรือน ร้านค้า การทำงาน การสร้างรายได้ และความมั่นคงของครอบครัวเป็นจำนวนมาก หลายคนบอกไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน แน่นอนว่าสภาพการเปลี่ยนไป มาจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ รวมถึงเป็นผลจากการพัฒนาเมืองของเรา ภัยพิบัติในช่วงที่ผ่านมา ได้บอกเราว่า การพัฒนาประเทศไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขหรือโครงการที่สวยหรู แต่คือความสามารถของประเทศที่จะทำให้ประชาชนใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ทั้งสถานการณ์ปกติและเกิดวิกฤติ นี่คือโจทย์ที่พวกเราทุกคนจะต้องแก้ไข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้มีอาการไอเป็นระยะ โดยนายกฯ ได้ดื่มน้ำ พร้อมกล่าวว่า ช่วงนี้น้ำท่วมต้องออกทุกคืน นอนน้อย ก่อน กล่าวว่า แผน 14 จะต้องเลิกวัดความสำเร็จทางการศึกษาจากจำนวนคนได้วุฒิปริญญา แต่ดูจากทักษะที่สามารถใช้ได้จริง มีงานที่เหมาะสม มีรายได้ มีความสามารถพิเศษ ซึ่งเราก็มีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช.

“ถ้าเราไปวัดแต่ว่ามีปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกไหม คนที่มีทักษะพิเศษจะทำอย่างไร อย่าง น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือน้องเนเน่ รอยัล ที่คว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent (AGT) ซีซั่น 21 ที่วันนี้ยังไม่จบปริญญาตรี แต่สร้างชื่อเสียง มีความสามารถ และในที่สุดก็จะสามารถสร้างรายได้ เราต้องมีคนแบบนี้”

พร้อมกำหนดกติกาให้การลงทุนในกลุ่ม Data Center ต้องรับผิดชอบต่อการใช้พลังงานสะอาด และไม่แย่งชิงทรัพยากรน้ำหรือไฟฟ้าของประชาชน หัวใจสำคัญในการนำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ไปปฏิบัติจริงว่า ต้องไม่ผูกติดกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ต้องเป็นวาระร่วมกันของคนทั้งชาติ โดยเปลี่ยนผ่านจากการวางแผนสู่การสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม สิ่งที่เรายังต้องทำให้ดีขึ้น คือการเปลี่ยนแผนให้เป็นการตัดสินใจ เปลี่ยนการตัดสินใจให้เป็นการลงมือทำ และเปลี่ยนการลงมือทำให้เป็นผลลัพธ์ที่พี่น้องประชาชนสัมผัสได้ หากเราทำสำเร็จ ประเทศไทยก็จะไม่เป็นเพียงผู้เดินตามโลกได้ทัน แต่จะสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างแท้จริง.