เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้มีการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ของนายปะดิธ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤติ และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ จากนั้น สส. ได้เสนอญัตติในทำนองเดียวกันอีก 7 ญัตติ ได้แก่ 1.นายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย 2.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน 3.นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม 4.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ 5.นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ 6.นายอุดมเดช รัตนเสถียร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย และ 7.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า ปัญหาขณะนี้ยังไม่จบ อย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียน จากข้อมูลพบว่ายังไม่พ้นวิกฤติ ฉากทัศน์ร้ายแรงที่สุดคือ สัปดาห์หน้าตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. นี้ เป็นไปได้ที่ฝนจะกลับมาตกหนักอีก อยากให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มารับฟังข้อมูลจาก สส. ในสภาด้วยตัวเอง จะได้ไม่ต้องมานั่งถอดบทเรียน สิ่งที่นายกฯ ควบคุมได้ คือการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งการเยียวยาฟื้นฟู การวางระบบบริหารจัดการ ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น อุทกภัยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของนายอนุทิน ที่ผ่านอุทกภัยมาหลายครั้ง จึงเลิกพูดเรื่องถอดบทเรียนได้แล้ว เพราะผ่านบทเรียนมาหลายรอบ

“ถึงเวลาลงมือปฏิบัติให้จริงจัง เริ่มจาก 1.การแจ้งเตือนภัยล่าช้า นายกฯ บอกเองว่าขนาดตัวเองยังอ่านข้อความแจ้งเตือนไม่รู้เรื่อง แล้วประชาชนจะรู้เรื่องอย่างไร แต่ปัญหาคือ นายกฯ ปรับปรุงแก้ปัญหาเรื่องนี้หรือยัง 2.การแก้ปัญหาการเผชิญเหตุ ในต่างจังหวัดขาดการรวมศูนย์การตัดสินใจและบริหารทรัพยากร หลายพื้นที่เทศบาลยกธงแดง แต่ผู้ว่าฯ ไม่ประกาศเขตสาธารณภัย การตัดสินใจยังขาดการรวมศูนย์ ต่างจาก กทม. ที่ขาดการกระจายศูนย์ในภาคปฏิบัติ บทบาทสำนักงานเขตน้อยเกินไป ต่างจากการทำงานจากเทศบาลต่างๆ ในต่างจังหวัด ที่ลงมาแก้ปัญหาทันที การบริหารจัดการหน้างานพื้นที่น้ำท่วมใน กทม. มีแต่จิตอาสามาช่วยกัน แต่พื้นที่ชุมชนที่อยู่ลึกๆ ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพราะขาดการกระจายศูนย์” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า 3.การเยียวยาผู้ประสบภัยยังล่าช้า เพราะแต่ละท้องถิ่นไม่มีหลักเกณฑ์แบบเดียวกัน กลัวสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เล่นงาน นายกรัฐมนตรีควรเซ็นหนังสือสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สบายใจว่าสามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ สตง. ไม่เล่นงาน เอาอำนาจนายกฯ เป็นหลังพิงให้ อปท. ช่วยเหลือประชาชน แต่กลับไม่เห็นคำตอบแบบนี้จากนายอนุทิน 4.การฟื้นฟูความเชื่อมั่น จะต้องพูดถึงแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมให้ชัดเจนว่า ในอนาคตจะไม่เกิดซ้ำร้อยเช่นนี้อีก แต่วันนี้คงคาดหวังไม่ได้ ลำพังแค่ความรับผิดชอบมาตอบในสภา นายกฯ ยังมาไม่ได้ จะไปคาดหวังการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างไร.