เมื่อวันที่ 30 ก.ย. รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์การรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาลว่า แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างแรงกดดันและกระทบต่อคะแนนนิยมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ยอมรับฟังคำตำหนิ ไม่แก้ตัว และไม่ถอยหนีจากพื้นที่ ถือเป็นวิธีจัดการสถานการณ์ที่ช่วยลดแรงเสียดทานทางการเมืองได้อย่างมาก

เหตุการณ์ครั้งนี้ที่ฝนตกหนักต่อเนื่องถึง 2–3 วัน หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำฝนโดยตรง ไม่ใช่มวลน้ำจากภาคเหนือหรือน้ำหลากตามฤดูกาลเพียงอย่างเดียว เราต้องยอมรับว่าครั้งนี้ธรรมชาติรุนแรงจริง ต่อให้มีกระสอบทรายกั้นหน้าบ้าน น้ำก็ยังไหลย้อนขึ้นมาจากท่อได้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่น้ำเหนือหรือน้ำหนุน แต่เป็นน้ำฝนที่ตกลงมากลางเมืองโดยตรง

“วิธีแก้เกมของนายกฯ คือยอมรับคำวิจารณ์ ยอมรับคำตำหนิ แล้วเดินหน้าไปทุกพื้นที่ ถูกด่าแล้วก็กลับเข้าไปอีก ไม่แก้ตัวและไม่ถอย นายกฯ ยิ้มสู้ ด่าก็บุกเข้าไป ซึ่งตรงนี้ถือว่าได้ผล การที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ชุมชนแฟลตคลองจั่น แม้ต้องเผชิญเสียงตำหนิอย่างหนัก แต่ยังคงกลับไปติดตามสถานการณ์และรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน เป็นการเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ระบายความรู้สึกโดยตรง

เมื่อประชาชนมีโอกาสพูด มีโอกาสตำหนิ และผู้มีอำนาจยืนรับฟังโดยไม่หลบหนี ความรู้สึกด้านลบย่อมมีโอกาสคลี่คลาย เพราะอย่างน้อยประชาชนรับรู้ได้ว่า ความทุกข์ของพวกเขาถูกมองเห็น และฝ่ายการเมืองไม่ได้ทอดทิ้งพื้นที่”

“ผมอยู่กรุงเทพฯ มาหลายสิบปี เคยเจอน้ำท่วมจากน้ำเหนือหรือน้ำหนุน แต่ครั้งนี้เป็นฝนตกลงมาโดยตรงและตกต่อเนื่อง 3 วัน 3 คืน ถือว่าไม่ใช่ปรากฏการณ์ปกติ คนที่ถามว่าทำไมรัฐบาลแก้ไม่ได้ ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงตรงนี้ด้วย คุณจะสร้างเขื่อนเท่าไรก็ไม่สามารถกั้นน้ำฝนที่ตกลงมากลางเมืองได้ทั้งหมด แม้รัฐบาลไม่อาจควบคุมธรรมชาติได้ แต่สิ่งที่ต้องทำคือเร่งระบายน้ำ ฟื้นฟูพื้นที่ และส่งความช่วยเหลือให้ถึงประชาชนโดยเร็ว”

รศ.ดร.สุขุม กล่าวว่า วิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้เป็นทั้งบททดสอบและโอกาสของนักการเมืองทุกพรรค เพราะประชาชนจะได้เห็นอย่างชัดเจนว่า การมีนักการเมืองอยู่ในพื้นที่สามารถช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนได้จริงหรือไม่ ทุกพรรคจึงควรหยุดคิดว่าพื้นที่ใดเป็นฐานเสียงของใคร เพราะในยามวิกฤติ ทุกพื้นที่คือพื้นที่ของประชาชนคนไทย และทุกฝ่ายมีหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือโดยไม่แบ่งแยกทางการเมือง

สำหรับผลกระทบทางการเมือง รศ.ดร.สุขุมประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ยังไม่ใช่ตัวตัดสินอนาคตของรัฐบาล เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งเข้าใจว่าเหตุการณ์เกิดจากความรุนแรงของธรรมชาติ และรัฐบาลยังมีเวลาแก้ไขสถานการณ์ รวมถึงฟื้นความเชื่อมั่นกลับคืนมา

“แม้นายกฯ จะถูกโจมตี แต่ท่าทีที่ยอมรับคำวิจารณ์ ยอมรับข้อผิดพลาด และไม่ถอยหนี ช่วยรัฐบาลได้มาก น้ำท่วมรอบนี้ยังไม่ใช่ตัวตัดสิน รัฐบาลยังประคองสถานการณ์และแก้ไขความเชื่อมั่นกลับมาได้ ด่ากันแล้วก็ให้กำลังใจกันบ้าง ที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ เวลานี้ควรช่วยกันมากกว่าซ้ำเติมกัน ขอให้ปัญหาคลี่คลายโดยเร็วที่สุด และขอให้ประชาชนทุกพื้นที่ผ่านพ้นความลำบากครั้งนี้ไปด้วยกัน”.