สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า อิสราเอลเตรียมเพิ่มมาตรการตรวจสอบประวัติและความปลอดภัยของนักบินที่นำเครื่องบินเดินทางเข้าประเทศ หลังเกิดเหตุผู้ช่วยนักบินฟลายดูไบใช้มีดแทงกัปตัน และพยายามทำให้เครื่องบินตก


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเหนือน่านฟ้าจอร์แดน บนเที่ยวบินเอฟแซด1073 เดินทางจากเมืองดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) มายังกรุงเทลอาวีฟ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้โดยสาร 174 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอล

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถช่วยกันควบคุมตัวผู้ช่วยนักบิน ก่อนนักบินอีก 2 คนที่โดยสารอยู่บนเครื่อง จะนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินอย่างปลอดภัย ที่เมืองตาบูก ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย และฟลายดูไบส่งเครื่องบินลำใหม่ไปรับผู้โดยสารทุกคนเดินทางต่อถึงกรุงเทลอาวีฟโดยสวัสดิภาพ


นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของซาอุดีอาระเบียจับกุมผู้ช่วยนักบินชาวโอมานแล้ว พร้อมสั่งการให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับเที่ยวบินมายังอิสราเอล ทั้งของสายการบินอิสราเอลและต่างชาติ

https://twitter.com/AJEnglish/status/2105418661733290223


ขณะเดียวกัน ผู้นำอิสราเอลยกย่องนายสมิต มัชฉาร์ กัปตันชาวอินเดีย ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทง ว่ามีความกล้าหาญอย่างยิ่ง และสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากถึง 174 คน โดยกัปตันกดปุ่มเปิดประตูห้องนักบินได้ทันเวลา ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือที่อยู่ด้านนอกเข้าช่วยเหลือและควบคุมตัวนักบินผู้ช่วยไว้ได้


ด้านสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า จะมีการตรวจสอบตัวตนและประวัติของนักบินทุกคนที่นำเครื่องบินเข้าสู่อิสราเอล โดยไม่มีการยกเว้นแม้เป็นสายการบินต่างชาติ โดยนักบินต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด รวมถึงการประเมินด้านการแพทย์และจิตวิทยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรฐานแต่ละประเทศและสายการบินอาจแตกต่างกัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS