เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายภานุวัฒน์ เอื้อสามาลย์ ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร กล่าวว่า จากการที่กรมชลประทานทยอยปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จ.พระนครศรีอยุธยา และกรมศิลปากร จึงมีมาตรการรับมือตามแผนป้องกันอุทกภัยพื้นที่โบราณสถานเสี่ยงริมแม่น้ำเจ้าพระยาในระดับสูงสุด ให้สามารถรับมือการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว โดยล่าสุดได้ติดตั้งกำแพงป้องกันน้ำแบบพับได้ให้สูงขึ้นอีก 60 เซนติเมตร แล้วเสร็จ เป็นการติดตั้งเพิ่มเติมจากที่เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่รองรับได้ประมาณ 1.80 เมตร ทำให้ปัจจุบันการป้องกันทำได้ถึง 2.40 เมตร

นายภานุวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับโบราณสถานริมแม่น้ำที่มีความเสี่ยงทุกแห่ง ได้เพิ่มการตั้งกำแพงแบบพับได้ทั้งหมดแล้วเช่นกัน ได้แก่ วัดกษัตราธิราชวรวิหาร วัดธรรมาราม วัดเชิงท่า และหมู่บ้านโปรตุเกส พร้อมตั้งกระสอบทรายเสริมแนวป้องกันตลอดริมแม่น้ำเจ้าพระยา อีกทั้งยังมีการถอดระบบไฟส่องสว่างโบราณสถานยามค่ำของวัดไชยวัฒนาราม วัดเชิงท่า และป้อมเพชร ออกชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสี่ยงกระแสไฟฟ้ารั่ว อย่างไรก็ตาม โบราณสถานในพื้นที่เกาะเมืองอยุธยาทั้งหมดยังไม่ถูกน้ำท่วม สามารถเข้าชมได้ตามปกติ มีเพียงโบราณสถานป้อมเพชร ที่ปัจจุบันน้ำได้ไหลเข้าท่วมแต่มีระบบป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนโบราณสถานรอบนอกเกาะเมือง และตามทุ่งต่างๆ ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังบ้าง แต่ทั้งหมดเสริมความมั่นคงตัวฐานรากแล้ว เมื่อสถานการณ์คลี่คลายสามารถจะเข้าไปสำรวจความเสียหายอีกครั้ง