มหาวิทยาลัยคอร์เนล สถาบันการศึกษาชั้นนำในกลุ่มไอวีลีก กำลังเผชิญแรงกดดันจากนักศึกษา หลังมีการเปิดเผยข้อกล่าวหาว่า สมาชิก 7 คน ของสมาคมนักศึกษาชายหรือภราดรภาพ ล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวรายหนึ่งเมื่อปี 2567 ซึ่งคดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและสอบสวน
ประเด็นดังกล่าวที่เรียกกันว่า “คอร์เนล 7” กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังมีการยื่นฟ้องคดีแพ่งและมีการประกาศว่าจะรื้อฟื้นการสอบสวนทางอาญา ส่งผลให้นักศึกษาจำนวนหนึ่งตั้งคำถามถึงกระบวนการของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายว่า เพียงพอที่จะปกป้องนักศึกษาจากการล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ขณะที่ทางการรัฐนิวยอร์กได้แต่งตั้งอัยการพิเศษเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ
หนึ่งในนักศึกษาที่ออกมาแสดงความคิดเห็นคือโซเฟีย ไรลีย์ ซิม นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ซึ่งกล่าวในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศที่จัดโดยสภานักศึกษาของมหาวิทยาลัยว่า เธอถึงกับขาดเรียนตลอดสัปดาห์ เนื่องจากรู้สึกกังวลและหมกมุ่นอยู่กับข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น รวมถึงวิธีที่มหาวิทยาลัยรับมือกับเรื่องดังกล่าว
Cornell University student Sophia Riley Sim skipped classes this week, consumed by allegations in a lawsuit that several members of a fraternity raped a young woman in 2024 and troubled by how her university handled the case. https://t.co/pD2xrjIP0W
— Reuters Legal (@ReutersLegal) October 2, 2026
ซิมกล่าวว่า มหาวิทยาลัยคอร์เนลทำให้สังคมภายในมหาวิทยาลัยผิดหวัง เนื่องจากขาดความรับผิดชอบและความโปร่งใส รวมถึงไม่ได้สื่อสารอย่างมีความหมายกับนักศึกษา ขณะที่นักศึกษาหลายสิบคนซึ่งเข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นในอาคารเก่าแก่ของมหาวิทยาลัย ต่างสะท้อนประสบการณ์เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ บางคนถึงกับร้องไห้ระหว่างกล่าวถ้อยแถลง และวิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของมหาวิทยาลัย
What we know about the Cornell University rape investigation https://t.co/7naEHH8wXp https://t.co/7naEHH8wXp
— Reuters (@Reuters) October 2, 2026
สภานักศึกษา ซึ่งเป็นตัวแทนนักศึกษาระดับปริญญาตรีของคอร์เนล มีมติเป็นเอกฉันท์เรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีดำเนินการสอบสวนคดีดังกล่าว รวมถึงขอให้มหาวิทยาลัยเปิดเผยบทลงโทษทางวินัยที่ใช้กับนักศึกษาที่ถูกกล่าวหาเท่าที่กฎหมายอนุญาต และจัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินคดีล่วงละเมิดทางเพศในอนาคต
ด้านมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ยืนยันว่า ดำเนินการสอบสวนอย่างครอบคลุม และสั่งห้ามสมาคมภราดรภาพ “ไค ไฟ” (Chi Phi) ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ไม่ให้ดำเนินกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังมีการใช้มาตรการทางวินัยหลายรูปแบบ รวมถึงการให้นักศึกษาบางคนพ้นสภาพจากมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยระบุว่า ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับนักศึกษาแต่ละรายหรือผลการลงโทษได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อกล่าวหาในคดีแพ่งระบุว่า สมาชิกสมาคมภราดรภาพจัดหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กัญชา และเคตามีนให้กับผู้เสียหาย ก่อนที่เธอจะอยู่ในภาวะไม่สามารถให้ความยินยอมได้ และถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งยังกล่าวหาว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้ลงโทษนักศึกษาที่ถูกกล่าวหาบางรายอย่างเหมาะสม และเปิดช่องให้บางคนขอลดโทษด้วยการเขียนเรียงความ อย่างไรก็ตาม คอร์เนลปฏิเสธว่า การเขียนเรียงความเป็นบทลงโทษเพียงอย่างเดียว
รายงานของเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ซึ่งอ้างเอกสารภายในมหาวิทยาลัยระบุว่า นักศึกษาชายที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดปฏิเสธการกระทำผิด โดยบางคนอ้างว่าการมีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นโดยได้รับความยินยอม ขณะที่บางคนยืนยัน ว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์
ขณะเดียวกัน นักศึกษาหญิงหลายคนกล่าวว่าพวกเธอไม่รู้สึกปลอดภัยภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ซึ่งมีขนาดประมาณ 2,300 เอเคอร์ในภูมิภาคฟิงเกอร์เลกส์ ของรัฐนิวยอร์ก ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2568 พบว่า นักศึกษาหญิงระดับปริญญาตรี 35% ระบุว่าเคยประสบกับการสัมผัสทางเพศโดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้กำลังหรือการอยู่ในภาวะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ นับตั้งแต่เข้าเรียนที่คอร์เนล เพิ่มขึ้นจาก 20% ในผลสำรวจปี 2564
เจน หวัง นักศึกษาสาขานโยบายสาธารณะ กล่าวว่า เธอเคยแจ้งเหตุล่วงละเมิดทางเพศต่อมหาวิทยาลัย แต่กระบวนการที่ตามมากลับสร้างความทุกข์เพิ่มเติม ทั้งจากเอกสารจำนวนมาก คำแนะนำที่ไม่เพียงพอ และการขาดการติดตามผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ซานยา อัครวาล ผู้แทนด้านกิจการสตรีของนักศึกษาคอร์เนล กล่าวว่า ตัวเลขจากผลสำรวจปี 2568 เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และชี้ว่าปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศยังเป็นประเด็นสำคัญสำหรับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาทั่วสหรัฐ ซึ่งนักศึกษาจะเดินหน้าผลักดันให้เกิดมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายเพิ่มเติม พร้อมเตรียมจัดการชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



