เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ทาง คณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. 6 ราย ประกอบด้วย น.ส.พิรงรอง รามสูต นายศุภัช ศุภชลาศัย พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร นายต่อพงศ์ เสลานนท์ และนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ได้จัดประชุมบอร์ดนัดพิเศษ โดยก่อนการเริ่มประชุม เกิดความฉุกละหุก เมื่อทางสำนักงาน กสทช. ไม่ได้จัดเตรียมห้องประชุมไว้ให้ ทำให้ทางทีมงานของ 6 กสทช. ต้องเดินหาห้องประชุมมาใช้ชั้น 2 อาคารอำนวยการ หลังจากเดิมกำหนดใช้ห้องประชุมชั้น 12 ขณะที่ทาง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. นั้น ได้นั่งรถประจำตำแหน่งเข้ามาที่สำนักงานฯ ในช่วงเวลาสั้นๆ จากนั้นก็เดินทางกลับออกจากสำนักงานฯ ไป

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ทางนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ทำหนังสือถึง นายศุภัช แจ้งเรื่องการจัดประชุม โดยยืนยันว่าอำนาจในการสั่งการให้จัดประชุมยังเป็นของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งยังมีหน้าที่ตามกฎหมาย และจะนำหนังสือเรียนแจ้งประธาน กสทช. เรื่องการจัดประชุม

จากนั้นเมื่อเวลา 10.16 น. กรรมการทั้ง 6 คน ได้เดินลงที่ห้องประชุม และเริ่มการประชุม โดยที่ประชุมได้ตามเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ มาทำหน้าที่เลขาฯ ที่ประชุม โดยได้มีการโทรฯ เชิญเจ้าหน้าที่ตามลำดับอาวุโส จนมาถึงนายเฉลิมชัย ก๊กเกียรติกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. มาร่วมประชุมกับทาง บอร์ด กสทช.

จากนั้น เมื่อเวลา 11.00 น. การประชุมบอร์ดนัดพิเศษ ได้เสร็จสิ้น ทาง นายศุภัช ให้สัมภาษณ์ว่า กรรมการ กสทช. เสียงข้างมากจำนวน 6 คน ได้รวมตัวกันเข้าประชุม แต่ประสบปัญหาเนื่องจากห้องประชุมชั้น 12 ไม่มีเจ้าหน้าที่จัดเตรียมห้องและเอกสารประกอบการประชุมไว้ให้ ทำให้ต้องย้ายสถานที่ประชุมลงมายังห้องประชุมชั้น 2 โดยให้นำเจ้าหน้าที่เปิดห้องเพื่อดำเนินการประชุมตามกฎหมาย โดยที่ประชุมได้เลือกตนให้ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว 

ซึ่งการประชุมวันนี้บรรลุวัตถุประสงค์โดยมีมติเห็นชอบในวาระเพื่อทราบรวม 5 วาระ แต่ยังไม่สามารถลงมติในวาระเพื่อพิจารณาได้ เนื่องจากสำนักงาน กสทช. ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบแต่ละวาระเข้ามาชี้แจงข้อมูล ทำให้ขาดเอกสารและรายละเอียดสำคัญในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มอบหมายให้ทำหนังสือถึงรักษาการเลขาธิการ กสทช. เพื่อจัดนัดประชุมนัดพิเศษครั้งต่อไปในวันที่ 8 ต.ค. นี้ โดยจะเน้นการพิจารณาวาระสำคัญ เช่น เรื่องการประชุมของไอทียู การเจรจาคดีปกครอง และเรื่องพิจารณาวาระทีวีดิจิทัล ฯลฯ

“การประชุมดังกล่าวมีความชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯ เนื่องจากองค์ประชุมครบถ้วนด้วยจำนวนกรรมการ 6 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นองค์คณะ ส่วนเลขาธิการเป็นเพียงเลขานุการที่ไม่มีสิทธิออกเสียง ส่วนหนังสือตอบกลับจากทางสำนักงานฯ ที่ยังอ้างอำนาจประธาน กสทช. เดิมว่า ในทางนโยบายสำนักงานฯ เป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการ กสทช. และที่ผ่านมามีคำสั่งศาลรวมถึงความเห็นของคณะกรรมการสรรหาได้ชี้ชัดแล้วว่าประธานเดิมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้”

ทั้งนี้ ในวันนี้ 8 ต.ค. ต้องรอดูว่า ทางสำนักงานฯ จะดำเนินการจัดประชุมและให้เจ้าหน้าที่มาให้ข้อมูลพิจารณาวาระต่างๆ หรือไม่ ซึ่งการจะมีการเอาผิดทางสำนักงานฯ หรือไม่ ทางบอร์ดทั้ง 6 คน ยังคงคิดว่ายังไม่อยากดำเนินการถึงขั้นนั้น

“การที่รักษาการเลขาธิการ กสทช. ยังกล่าวอ้างอำนาจสั่งการจาก นพ.สรณ นั้น บอร์ดเห็นพ้องร่วมกันว่า คำสั่งศาลและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาได้วางหลักการชัดเจนแล้วว่าประธานเดิมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้นในเชิงนโยบายและการดำเนินงานขององค์กร สำนักงานฯ จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งเป็นองค์คณะ ไม่ใช่ขึ้นตรงต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งในเชิงธุรการเท่านั้น โดยบอร์ดทั้ง 6 คน ยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานต่อเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และหากในวันที่ 8 ต.ค. นี้ สำนักงานฯ ยังคงตั้งตนขัดขวางหรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของบอร์ด กสทช. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็จะต้องรับผิดชอบต่อผลทางวินัยและทางกฎหมายหรือไม่ อาจจะต้องพิจารณากันอีกครั้ง”

ด้าน พลอากาศโท ธนพันธุ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนอ่านข่าวแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ที่มีการมองว่าเป็นนิติสงครามหรือการจะมาฟ้องร้องกันแต่ละฝ่าย ในขณะที่พวกผม 4 คน โดนฟ้องมาตลอด เพราะฉะนั้นอันนี้มันไม่ใช่เรื่องนิติสงครามเลย มันเป็นเรื่องที่ผมเชื่อว่าปัจจุบัน ทั้งกรรมการที่เหลือทั้ง 6 คน ต้องการทำหน้าที่ ส่วนใครที่ไม่ยอมทำหน้าที่หรือไม่รับมติบอร์ด หรือคิดว่า นพ.สรณ ยังอยู่ในตำแหน่ง ก็เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ก็ไม่ทราบได้