สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่าแหล่งข่าวระดับสูง 2 คนในรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งรับทราบความคืบหน้าการสอบสวนกรณีนักบินผู้ช่วยชาวโอมานของสายการบินฟลายดูไบ ทำร้ายกัปตันก่อนพยายามทำให้เครื่องบินตก ระหว่างเดินทางมาจากเมืองดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ไปยังกรุงเทลอาวีฟ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ชายคนดังกล่าวให้การกับพนักงานสอบสวนของยูเออีว่า วางแผนก่อเหตุตั้งแต่ก่อนเข้าทำงานกับสายการบิน


ขณะเดียวกัน นักบินผู้ช่วยรายนี้ตั้งใจนำเที่ยวบินพุ่งชนท่าอากาศยานเบน กูเรียน ซึ่งเป็นสนามบินหลักของอิสราเอล และตั้งอยู่ใกล้กับกรุงเทลอาวีฟ


นอกจากนี้ นักบินผู้ช่วยรายนี้ยังเคยปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินไปยังกรุงเทลอาวีฟ เมื่อช่วงต้นปีนี้ และเคยคิดจี้เครื่องบินเพื่อก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน แต่เปลี่ยนใจในเวลาต่อมา แม้ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเหตุใดนักบินผู้ช่วยจึงล้มเลิกแผนดังกล่าว แต่แหล่งข่าวกล่าวว่า เป็นไปได้ที่คนรู้จักกับนักบินผู้ช่วยอาจเป็นผู้โดยสารบนเที่ยวบินนั้นพอดี


ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า นักบินซึ่งเป็นพลเมืองของประเทศที่อิสราเอลไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูต เช่น โอมาน ไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินมายังอิสราเอล พร้อมสั่งทบทวนมาตรการเกี่ยวกับสายการบินต่างชาติที่ให้บริการเที่ยวบินเข้าและออกอิสราเอล


ขณะเดียวกัน ฝ่ายความมั่นคงของออสเตรเลียกำลังตรวจสอบความเชื่อมโยงของนักบินผู้ช่วยกับออสเตรเลีย หลังมีประวัติว่า เคยศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที ที่เมืองเมลเบิร์น ในรัฐวิกตอเรีย เมื่อราว 10 ปีก่อน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS