กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (WBG) ได้เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานระดับสูงที่จัดทำขึ้นร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ ป้องกัน ตรวจจับ และแก้ไขปัญหาภัยคุกคามจากการฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่กำลังขยายตัวขึ้นในบริการทางการเงินดิจิทัล

การเงินดิจิทัลได้ขยายการเข้าถึง นวัตกรรม และประสิทธิภาพ แต่นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดการฉ้อโกงด้วยความเร็ว ขนาด และความซับซ้อนที่มากขึ้นเช่นกัน การฉ้อโกงทางไซเบอร์มีความเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และได้รับการจัดอันดับโดยองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ให้เป็นหนึ่งในอาชญากรรมที่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดในระดับโลก ร่วมกับการค้ายาเสพติดและการฟอกเงิน

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การฉ้อโกงทางไซเบอร์ได้กลายเป็นความท้าทายระดับโลกที่ไม่มีประเทศหรือสถาบันใดสามารถรับมือได้เพียงลำพัง Bangkok Blueprint สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการเสริมสร้างความร่วมมือ สร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมอนาคตทางการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุมสำหรับทุกคน”

“Bangkok Blueprint” ฉบับนี้เปิดตัวในระหว่างการประชุมประจำปี IMF–WBG ปี 2026 โดยความร่วมมือกับทางการไทย ซึ่งกำหนดข้อพิจารณาสำคัญ 12 ประการเพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ ระบุช่องโหว่และพัฒนาแนวทางการตอบสนองที่ครอบคลุมและมีการประสานงานกัน การส่งเสริมแนวทางที่มีความสอดคล้องกันมากขึ้นระหว่างภาคส่วนและเขตอำนาจรัฐต่าง ๆ นี้ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในบริการทางการเงินดิจิทัล และสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องต่อการเติบโตและการเข้าถึงทางการเงิน

นางคริสตาลินา เกออร์กีวา กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวว่า “ความเชื่อมั่นคือรากฐานของทุกระบบการเงิน เมื่อการเงินดิจิทัลขยายตัว ประเทศต่างๆ ต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับการฉ้อโกงทางไซเบอร์ และรักษาความมั่นใจในเทคโนโลยีที่สนับสนุนการเติบโตและการเข้าถึง”

“Bangkok Blueprint” จัดโครงสร้างตามเสาหลัก 5 ประการ ได้แก่ 1.การวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์และกฎหมาย 2.การเสริมสร้างวงจรชีวิตของการบรรเทาภัยฉ้อโกง 3.การใช้ประโยชน์จากกรอบการบรรเทาความเสี่ยงและการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ 4.การขยายความร่วมมือภายในประเทศและระหว่างประเทศ และ 5.การส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคและความยืดหยุ่นในการรับมือ

นางอันชูลา คานต์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน กลุ่มธนาคารโลก กล่าวว่า “บริการทางการเงินดิจิทัลสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังสำหรับโอกาสทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการเข้าถึงทางการเงินในประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา การเสริมสร้างการคุ้มครองจากภัยฉ้อโกงจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะสามารถใช้บริการเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจและได้รับประโยชน์เต็มที่จากโอกาสที่เกิดขึ้น”

ด้วยความตระหนักว่ารูปแบบการฉ้อโกงมักเกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และเครือข่ายโทรคมนาคม “Bangkok Blueprint” จึงเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบที่ชัดเจนและความร่วมมือที่ทันท่วงทีระหว่างภาคสาธารณะและภาคเอกชน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ปรับใช้ข้อพิจารณา 12 ประการให้เหมาะสมกับสภาวะทางกฎหมาย สถาบัน และตลาดของตน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “ในขณะที่การเงินดิจิทัลมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น การตอบสนองต่อการฉ้อโกงของเราก็ต้องมีความเชื่อมโยงกันเช่นเดียวกัน “Bangkok Blueprint” ให้รากฐานสำหรับการประสานความร่วมมือและการดำเนินการร่วมกันที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องประชาชนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจดิจิทัล”

ด้วยการส่งเสริมระบบนิเวศทางการเงินที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น “Bangkok Blueprint” มุ่งหวังที่จะช่วยให้ประเทศต่างๆ สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของการเงินดิจิทัลมาใช้ เพื่อขยายโอกาส การเข้าถึงอย่างทั่วถึง และการเติบโตอย่างยั่งยืน

ที่มาอ้างอิง: