เมื่อวันที่ 16 ต.ค. จากกรณี “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงว่า ไท่หยาง ซาง สามี ถือหุ้นบริษัทพนันออนไลน์ที่จดทะเบียนถูกต้องในต่างประเทศ เพียง 1% มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผิดกฎหมายหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงข้อปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการถือหุ้นและการยื่นบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะ สส.ภายใต้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 

และจากการตรวจสอบข้อกฎหมาย ป.ป.ช. และรัฐธรรมนูญ พบว่า การถือหุ้นของผู้ดำรงตำแหน่ง สส. มีเกณฑ์ปฏิบัติที่ชัดเจน 3 ประการหลัก ได้แก่

  • หุ้นบริษัททั่วไป ถือได้ไม่จำกัดสัดส่วน: กฎหมายไม่ได้ห้าม สส. ถือหุ้นในบริษัทธุรกิจทั่วไป และไม่ได้จำกัดเพดานว่าต้องไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ (สามารถถือ 1%, 10% หรือเกินกว่านั้นได้) แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องแจ้งรายการถือหุ้นในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ทุกครั้งที่เข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง (ส่วนเกณฑ์ห้ามถือหุ้นเกิน 5% นั้น บังคับใช้เฉพาะผู้ดำรงตำแหน่ง “รัฐมนตรี” เท่านั้น) เพราะหวั่นมีผลประโยชน์ทับซ้อน
  • 2 กลุ่มธุรกิจ ห้ามถือเด็ดขาด (0%): สส. ห้ามเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นใน 1. กิจกรรมสื่อมวลชนทุกประเภท (รัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3)) ไม่ว่าจะถือเพียงหุ้นเดียวก็ขาดคุณสมบัติทันที และ 2. บริษัทที่เป็นคู่สัญญากับรัฐหรือรับสัมปทานผูกขาด (มาตรา 184(2)) เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์
  • คู่สมรสรวมถึง “ไม่จดทะเบียน”: ตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 102 กำหนดให้ สส. ต้องยื่นแสดงรายการทรัพย์สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยคำว่า “คู่สมรส” ให้รวมถึง ชายหญิงที่อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ด้วย ดังนั้น ทรัพย์สินและการลงทุนทั้งหมดของคู่สมรส ไม่ว่าจะอยู่ในไทยหรือต่างประเทศ ต้องยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช. ทั้งหมด

ในกรณีการถือหุ้นหรือลงทุนในธุรกิจต่างประเทศ แม้จะอ้างว่าถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ แต่หากพบว่าธุรกิจดังกล่าวมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับการให้บริการหรือรับเงินจากผู้เล่นในประเทศไทย จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ของไทยทันที รวมถึงอาจถูกร้องเรียนตรวจสอบด้าน มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เช่นกัน.