นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต ติดตามการบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตามข้อสั่งการ ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ การระบายน้ำบริเวณปากคลองรังสิตใช้ทั้งการเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำไหลออกตามธรรมชาติและการเดินเครื่องสูบน้ำ
โดยปรับการทำงานให้สอดคล้องกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาต่ำกว่าในคลอง จะเปิดประตูระบายน้ำและปรับการเดินเครื่องสูบน้ำตามความเหมาะสม เพื่อใช้ประโยชน์จากการระบายน้ำตามธรรมชาติให้เต็มศักยภาพ ส่วนช่วงที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าระดับน้ำในคลอง จะปิดประตูเพื่อป้องกันน้ำไหลย้อน และเดินเครื่องสูบน้ำทั้ง 16 เครื่องอย่างเต็มกำลัง เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
.ขณะเดียวกัน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และเครื่องผลักดันน้ำรวม 164 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ทุ่งฝั่งตะวันออก แบ่งเป็นเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 99 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 65 เครื่อง มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำบางปะกง 40 เครื่อง และในคลองสายหลักอีก 25 เครื่อง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำทั้งระบบ พร้อมปรับการทำงานให้สอดคล้องกับระดับน้ำและความสามารถในการระบายของแต่ละพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งต้นทางและปลายทาง
.สำหรับปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ กรมชลประทานได้บูรณาการร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน นำสารบำบัดน้ำเสียที่ผลิตจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 จำนวน 5,000 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิตเรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสีย ลดปัญหาน้ำดำและกลิ่นเหม็น ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำท่วมขัง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนริมคลอง



