สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่า เกิดเหตุปะทะระหว่างตำรวจกับกลุ่มผู้ประท้วงในเมืองมิลาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเป็นการชุมนุมต่อต้านบริการสาธารณะที่ย่ำแย่และค่าครองชีพที่สูงขึ้น บานปลายเป็นความรุนแรงและการปล้นสะดมร้านค้า
BREAKING:
— Visegrád 24 (@visegrad24) October 17, 2026
Massive riots have now also broken out in Milan, Italy.
An alliance of migrant gangs and Antifa extremists is attacking police officers and setting fires in front of the Milan Cathedral (Duomo) pic.twitter.com/yh8sbPWmsS
BREAKING:
— Visegrád 24 (@visegrad24) October 18, 2026
Inspired by France, young second and third-generation migrants started looting stores in Milan, Italy around 2 hours ago.
International mainstream media isn’t showing just how bad things are in Europe. pic.twitter.com/ngDVLvDpj2
ทั้งนี้ ผู้ประท้วงสวมหมวกคลุมศีรษะหลายร้อยคนก่อเหตุทุบกระจกร้านค้าและเผาถังขยะ บริเวณใกล้จัตุรัสปิอัซซา ดูโอโม ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง ส่งผลให้ตำรวจปราบจลาจลต้องใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสลายการชุมนุม

มีรายงานว่า ผู้ประท้วงมากกว่า 60 คน ถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เกิดเหตุปะทะในเมืองทางตอนเหนือของอิตาลีหลายแห่ง รวมถึงมิลาน โบโลญญา เบรสชา แบร์กาโม และตูริน ส่งผลให้มีผู้ถูกจับกุมรวม 28 คน

ด้านนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี ประณามการใช้ความรุนแรง พร้อมเรียกประชุมฉุกเฉินคณะรัฐมนตรี ในวันจันทร์ที่ 19 ต.ค. นี้

เหตุการณ์ดังกล่าวที่อิตาลีเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเหตุประท้วงรุนแรงในฝรั่งเศส ซึ่งมีประชาชนหลายแสนคนออกมาชุมนุม ต่อต้านค่าครองชีพที่พุ่งสูงและบริการสาธารณะที่ถดถอย นับเป็นหนึ่งในเหตุประท้วงรุนแรงที่สุดของฝรั่งเศสในรอบหลายปี.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



