เมื่อวันที่ 19 ต.ค. “ป้าดา” น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ พร้อมด้วยนางบัวไข สรสมุทร หรือป้าบัวไข ทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี อดีตเจ้าของที่ดิน 21 ไร่ ในฐานะ ผจก.มรดกที่บริจาคให้วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น นายวรเดช ช่างบุ หรือลุงแหวน ธานอส นำหลักฐานเข้าแจ้ง พงส.บก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับขบวนการจัดทำเอกสารปลอมแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม

นายวรเดช เปิดเผยว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้พบหลักฐานการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2535 หรือเมื่อ 34 ปีที่แล้วเป็นเอกสารปลอม เพราะเอกสารดังกล่าวอ้างว่าอาศัย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2535 ในการแต่งตั้งเจ้าอาวาสคนปัจจุบัน แต่ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีการบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2535 หลังมีการแต่งตั้ง จึงแสดงว่าเอกสารแต่งตั้งดังกล่าวมีการปลอมขึ้นมานานถึง 34 ปี

ด้าน ป้าดา กล่าวว่า ตนมีหลักฐานทุกอย่างที่ยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของปลอมทั้งหมด และที่ผ่านมาได้ทำการล่อซื้อ ยอมให้สังคมรุมประณาม แทบไม่มีที่ยืนในสังคม เพื่อต้องการที่จะให้ไอ้โม่ง มันเผยตัวออกมา เอาเอกสารปลอมออกมาโชว์ ก่อนเราจะแจ้งความกลับทั้งหมด มันคือแผนการของตนที่จะแสดงให้เห็นว่ามันมีขบวนการที่จะเอาที่ดินของตาเฮียง โดยที่ป้าบัวไขซึ่งเป็น ผจก.มรดก และทายาทกลับไม่เคยเห็นโฉนดเลย

“หลังจากนี้ดิฉัน และทายาท ขอประกาศจะไม่ยอมให้โจรลอยนวล มันต้องรับชะตากรรม เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย คุณทำผิด คุณไปเอาที่ดินของทายาท ที่ทายาทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และวันที่ 12 ต.ค. นางบัวไข ยังถูกกักขังครึ่งวันเพื่อเอาตัวไปส่งให้อัยการส่งศาล ทายาทถูกรังแก ถูกข่มขู่ถูกคุกคามมาโดยตลอด

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากใครสามารถมาเอาที่ดินกันไปง่ายๆ แบบนี้ ดิฉันก็จะไปร้องนายกรัฐมนตรีให้ยุบกรมที่ดินไปเลย เพราะให้คนอื่นมาวิ่งราวเอาที่ดินของทายาทตาเฮียงไป” ป้าดา กล่าว

“ป้าดา” กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในวันนี้ยังได้นำหลักฐานเข้าร้อง บก.ปปป. ให้เอาผิด สน.พระโขนง กรณีโดนยัดคดีบุกรุกมาราธอน โดยขอให้ พล.ต.ต.ฤทธิ์นันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผบก.ปปป. ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ที่ทำให้ตนกับบริวารต้องเผชิญความทุกข์ระทมอย่างหนักจากความหวาดกลัว และต้องสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมากว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจชุดดังกล่าวเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือเข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157) หรือไม่.