ที่โรงพยาบาลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร นายแพทย์อภิลักษณ์ เหล่าไพโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลานกระบือ เป็นประธานในพิธีทำบุญเนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมีพยาบาลวิชาชีพ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และเครือข่ายด้านสุขภาพเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการพัฒนาสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารและผู้ด้อยโอกาส พร้อมร่วมกันสืบสานอุดมการณ์แห่งการให้และการดูแลเพื่อนมนุษย์ด้วยหัวใจแห่งความเมตตา

สำหรับวันพยาบาลแห่งชาติของประเทศไทย ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการพยาบาลและการสาธารณสุขไทย พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของผู้ให้ที่ไม่เลือกปฏิบัติ ทรงห่วงใยผู้เจ็บป่วยและประชาชนผู้ยากไร้ ตลอดจนทรงส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล แนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจดังกล่าวจึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้บุคลากรพยาบาลยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ความเสียสละ และความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้ป่วย กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นด้วยการสักการะพระพุทธรูปประจำโรงพยาบาลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บุคลากรให้ความเคารพนับถือ ก่อนร่วมกันทำบุญตักบาตรและถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรและการปฏิบัติงาน จากนั้นเป็นกิจกรรมแสดงความภาคภูมิใจในวิชาชีพพยาบาล ด้วยการร้องเพลงมาร์ชพยาบาล และรับฟังโอวาทจากผู้อำนวยการโรงพยาบาล เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ตอกย้ำคุณค่าของวิชาชีพ และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากรทุกฝ่าย

นายแพทย์อภิลักษณ์ เหล่าไพโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลานกระบือ กล่าวว่า วันพยาบาลแห่งชาติเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกคนจะได้ร่วมกันตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของวิชาชีพพยาบาล ซึ่งเป็นกำลังหลักในการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่การประเมินอาการ การให้การพยาบาล การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน ไปจนถึงการฟื้นฟูสุขภาพและการให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและครอบครัว การทำงานในวิชาชีพนี้จำเป็นต้องอาศัยทั้งความรู้ ความชำนาญ ความอดทน ความเสียสละ และการยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพควบคู่กันไป การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงการประกอบพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรได้กลับมาทบทวนอุดมการณ์ของตนเอง สร้างความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน เพราะการดูแลผู้ป่วยให้เกิดผลดีจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทุกวิชาชีพ ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล เภสัชกร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไปจนถึงเจ้าหน้าที่สนับสนุนและเครือข่ายสุขภาพในชุมชน “แม้โรงพยาบาลลานกระบือจะเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง แต่เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ทุกคนในองค์กรล้วนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจด้านสุขภาพ หากเรามีเป้าหมายร่วมกัน ทำงานด้วยความเข้าใจและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ก็จะสามารถส่งมอบบริการที่มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือสุขภาพที่ดีและความสุขของประชาชนในพื้นที่” นายแพทย์อภิลักษณ์กล่าว

ด้านนางพิมพา แอรอวบ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลลานกระบือ กล่าวว่า ทุกครั้งที่ได้สวมชุดพยาบาล ตนรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตและบรรเทาความทุกข์ของผู้ป่วย เพราะสำหรับพยาบาลแล้ว การดูแลคนไข้ไม่ได้หมายถึงเพียงการให้ยา ทำหัตถการ หรือปฏิบัติตามแผนการรักษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรับฟังความกังวล การให้กำลังใจ การพูดคุยด้วยความอ่อนโยน และการทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้เผชิญกับความเจ็บป่วยเพียงลำพัง “ทุกครั้งที่เราเดินเข้าไปดูแลผู้ป่วย เราไม่ควรมองเห็นเพียงคนไข้หนึ่งคน แต่ควรมองเห็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังเผชิญกับความเจ็บปวด ความกลัว หรือความกังวล พยาบาลจึงต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ รับฟังเขาด้วยความเข้าใจ ให้กำลังใจครอบครัว และปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเมตตาอย่างเท่าเทียมกัน แม้บางครั้งการทำงานจะเหน็ดเหนื่อย แต่เมื่อเห็นผู้ป่วยอาการดีขึ้น สามารถกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวได้อย่างมีความสุข นั่นคือกำลังใจและความภาคภูมิใจที่มีคุณค่ามากที่สุดสำหรับพวกเรา” ตนและพยาบาลทุกคนตั้งใจที่จะเดินตามรอยพระบาทสมเด็จย่า โดยน้อมนำพระราชจริยวัตรแห่งความเสียสละ ความเมตตา และการอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน พร้อมยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ พัฒนาความรู้ความสามารถอย่างต่อเนื่อง และดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างสุดความสามารถ โดยไม่แบ่งแยกฐานะหรือสถานภาพของผู้รับบริการ

“สำหรับพวกเรา ชุดพยาบาลไม่ใช่เพียงเครื่องแบบของอาชีพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความรับผิดชอบและความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ เราจะรักษาความภาคภูมิใจนี้ไว้ด้วยการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจ ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และทำให้ทุกคนที่เข้ามารับบริการรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ นี่คือสิ่งที่พวกเราตั้งใจสืบสานตามรอยสมเด็จย่า และเป็นปณิธานที่อยากยึดถือในการทำงานทุกวัน”