เมื่อวันที่ 20 ต.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า  ตนได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงสถานการณ์น้ำท่วมสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งจากการลงพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทราเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการโทรศัพท์สอบถามสถานการณ์จากโรงเรียนในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 ด้วยตนเองพบว่า ยังคงมีโรงเรียนหลายแห่งประสบปัญหาน้ำท่วมขังต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน โดยโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ โรงเรียนวัดเสม็ดเหนือ โรงเรียนศรีสุดาราม และโรงเรียนบ้านฝายคลอง ซึ่งบางแห่งมีระดับน้ำท่วมขังประมาณ 20 เซนติเมตร ขณะที่บางพื้นที่ยังไม่สามารถระบายน้ำออกได้ เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีน้ำท่วมอยู่เช่นกัน ส่งผลให้น้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นและเกิดความกังวลด้านสุขอนามัย

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในที่ประชุมดังกล่าวตนจึงได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ให้ประสานจังหวัดเข้าตรวจสอบสถานการณ์ พร้อมหาแนวทางระบายน้ำออกจากโรงเรียนอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันได้ประสานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้เข้าดูแลเรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัยของสถานศึกษา เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน  นอกจากปัญหาน้ำท่วมขังแล้ว ยังมีโรงเรียนจำนวนมากได้รับความเสียหายจากอุทกภัย จึงได้แจ้งต่อที่ประชุม ครม. ถึงความจำเป็นในการสำรวจความเสียหายและจัดหางบประมาณช่วยเหลือ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถฟื้นฟูและกลับมาจัดการเรียนการสอนได้โดยเร็ว เนื่องจากโรงเรียนมีกำหนดเปิดภาคเรียนในช่วงต้นเดือนพ.ย. ซึ่งเหลือเวลาเตรียมความพร้อมอีกไม่มาก จึงต้องเร่งดำเนินการทั้งการระบายน้ำ ทำความสะอาด ซ่อมแซมอาคารสถานที่ และจัดหาอุปกรณ์การเรียนที่ได้รับความเสียหาย

“แม้ขณะนี้จะมีภาคส่วนต่าง ๆ และผู้บริจาคเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยแล้ว แต่ทุกโรงเรียนต้องแจ้งข้อมูลความเสียหายและสิ่งที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจน เพราะในแต่ละเขตพื้นที่มีโรงเรียนได้รับผลกระทบหลายแห่ง ต้องเร่งจัดลำดับความจำเป็นและให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง เพื่อให้เด็กกลับมาเรียนได้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย”  นายประเสริฐ กล่าว