วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมาตรการในกลุ่มแรกเน้นการช่วยเหลือเพื่อลดภาระทางการเงินและเติมสภาพคล่องให้ผู้ประสบภัย เช่น พักชำระหนี้ ลูกค้าสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน จนถึงสูงสุด 1 ปี
นอกจากนี้ สินเชื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เช่น ธนาคารออมสิน สินเชื่อฟื้นฟูบ้านวงเงิน 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 40 ปี ใน 3 เดือนแรกดอกเบี้ย 0% ต่อปี, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้สินเชื่อซ่อมแซมและปลูกสร้างทดแทนวงเงิน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0% ต่อปี ปลอดชำระเงินงวด 3 เดือนแรก เป็นต้น
มาตรการกลุ่มที่ 1 บรรเทาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ระยะเร่งด่วน)
มาตรการในกลุ่มแรกเน้นการช่วยเหลือเพื่อลดภาระทางการเงินและเติมสภาพคล่องให้ผู้ประสบภัย ประกอบด้วย
- การพักชำระหนี้แบงก์รัฐ 7 แห่ง: พักชำระหนี้ลูกค้าสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน จนถึงสูงสุด 1 ปี (ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันการเงิน เช่น SME D Bank และ ธอส. พักชำระได้สูงสุดถึง 1 ปี)
- สินเชื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย: ตัวอย่าง ธนาคารออมสิน สินเชื่อฟื้นฟูบ้านวงเงิน 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 40 ปี ใน 3 เดือนแรกดอกเบี้ย 0% ต่อปี, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้สินเชื่อซ่อมแซมและปลูกสร้างทดแทนวงเงิน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0% ต่อปี ปลอดชำระเงินงวด 3 เดือนแรก
- สินเชื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกร: ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อนุมัติวงเงินสินเชื่อเสริมสภาพคล่องต่อรายไม่เกิน 500,000 บาท ปลอดดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือนแรก ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 15 ปี
- สินเชื่อ Working Capital ผู้ประกอบการ: ธนาคารออมสิน, ธนาคารอิสลามฯ และ SME D Bank สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการ รายละไม่เกิน 5,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ถึง 3.25% ระยะเวลากู้ไม่เกิน 7 ปี
- มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ บสย.: บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อโดย ไม่คิดค่าธรรมเนียม เป็นเวลา 6 เดือน
- มาตรการประนอมหนี้ ธอส.: สำหรับลูกหนี้ ธอส. ที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้หลังพักชำระหนี้ มีมาตรการประนอมหนี้รองรับเพิ่มเติมให้อีก 1 ปี 6 เดือน

มาตรการกลุ่มที่ 2 มาตรการฟื้นฟูศักยภาพทางการเงิน (Soft Loan แบงก์พาณิชย์)
กระทรวงการคลังคำนึงถึงผู้ประสบภัยที่เป็นลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารออมสินได้จัดเตรียมวงเงิน Soft Loan รวม 30,000 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 0.01% ส่งผ่านไปยังธนาคารพาณิชย์ เพื่อนำไปปล่อยกู้ต่อให้แก่ผู้ประสบภัย
- วงเงินกู้สูงสุดต่อรายไม่เกิน 30,000,000 บาท
- อัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้กู้ใน 2 ปีแรก ต่ำพิเศษไม่เกิน 3.5% และปีที่ 3-5 อยู่ที่ไม่เกินประมาณ 5% (ขึ้นอยู่กับประวัติเครดิตของผู้กู้)

มาตรการกลุ่มที่ 3 มาตรการทางภาษีจาก 3 กรมภาษี
กรมศุลกากร
- ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อนำมาซ่อมแซมเครื่องจักรที่เสียหายของผู้ประกอบการ มีผลตั้งแต่เริ่มประกาศในราชกิจจานุเบกษาจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570
กรมสรรพากร
1.ให้นำค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท และค่าซ่อมแซมรถยนต์หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 30,000 บาท
2.ขยายระยะเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีทุกประเภท (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, นิติบุคคล, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีธุรกิจเฉพาะ) ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
กรมสรรพสามิต
- ขยายเวลาการยื่นเสียภาษีและต่อใบอนุญาตต่าง ๆ ออกไปจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569
กระทรวงการคลัง ได้เน้นย้ำถึงกลไกรองรับความเสียหายเพิ่มเติมที่มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป คือ “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ”
กลไกดังกล่าวจะเข้ามารองรับความเสียหายจากภัยพิบัติ 3 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วม, แผ่นดินไหว และลมพายุ เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างรวดเร็ว วงเงินจ่ายชดเชยสูงสุดต่อรายไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งจะเข้ามาเสริมการทำงานของมาตรการทางการเงินและภาษีในการลดภาระและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน



