เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ต.ค. นายปรัชญา เปปะตัง รองผวจ.ลพบุรี นายสง่า คำสิงห์ ประมงจังหวัดลพบุรี นายสมศักดิ์ จำปาทิพย์ กำนันตำบลโก่งธนู พระครูสถิตอักขระธรรม เจ้าอาวาสวัดตะโก เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านกุ่ม ประมงอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ชรบ.ตำบลบ้านกุม ได้ร่วมประชุมสรุปสถานการณ์กรณ์ นอกจากนี้ยังได้แจกคำเตือนประชาชนเมื่อพบจระเข้ให้ผู้นำหมู่บ้านได้กระจายข่าวเสียงตามสาย ซึ่งเหตุดังกล่าวเพราะที่มีคนพบจระเข้โผล่ขึ้นมาลอยคอขึ้นมากลางแม่น้ำลพบุรี ท่าน้ำหน้าวัดตะโก หมู่ที่ 12 ต.โก่งธนู อ.เมืองลพบุรี จนทำให้ชาวบ้านลุ่มแม่น้ำลพบุรีหวาดผวาไม่ให้บุตร หลาน ลงเล่นน้ำเด็กขาด ซึ่งทราบว่าได้มีการจัดเวรยามออกตรวจตราบนบกและในน้ำตลอด 24 ชั่วโมงมีศูนย์บัญชาการอยู่ที่ศาลาท่าน้ำหน้าวัดตะโก

หลังจากที่ได้รับฟังรายงานในเบื้องต้นได้เดินทางไปตรวจดูที่บริเวณท่าน้ำหน้าวัด ซึ่งพบว่ามีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการของหมู่บ้านได้ใช่เรือขับวนตรวจการตามแนวแม่น้ำลพบุรี โดยพบว่าที่ท่าน้ำหน้าวัดเป็นเขตอภัยทานนั้นมีปลาชุกชุมมาก รวมทั้งยังคงมีเจ้าหน้าที่นั่งพูดคุยเตรียมผลัดเปลี่ยนเวรยามคอยออกสำรวจทางน้ำและทางบก พร้อมกับได้ให้กำลังใจและขอบใจในความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน นอกจากนี้ทางประมงจังหวัดลพบุรีได้นั่งเรือพาสื่อมวลชนไปดูจุดที่พบลอยของจระเข้ขึ้นมาบนฝั่ง ซึ่งเป็นรอยใหม่อยู่ที่ท่าน้ำริมป่าละเมาะที่ไม่ค่อยมีใครรบกวนเงียบสงบเป็นรอยลากหางและรอยเท้า ขณะที่ยังคงมีชาวบ้านได้นำเศษเครื่องในปลามาโบยทิ้งในน้ำเป็นการล่อจระเข้

นายสมศักดิ์ จำปาทิพย์ กำนันตำบลโก่งธนู เปิดเผยว่า จากการตั้งเวรยามในช่วงวันที่ผ่านมา โดยได้รับรายงานว่า นางศิริ์กาญจน์ สิงห์ไชย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 ที่มาเข้าเวรยามได้เห็นเหมือนมีอะไรว่ายทวนน้ำขึ้นมาเมื่อช่วงเย็นวันที่ผ่านมา ซึ่งมองไปเห็นเหมือนหาง ดำ ๆ ที่เป็นเหมือนรอยหยักที่ต่างจากตัววรนุชและยังได้เรียกในผู้ที่อยู่ใกล้เคียงได้ดูถ่ายภาพมาก็ไม่ชัดเพราะคนละฝั่งแม่น้ำกำลังจะเดินขึ้นริมฝั่งระหว่างนั้นสังเกตเห็นว่ามีการหลบตัวในพงหญ้า เมื่อเดินเข้าไปดูกันใกล้ ๆ ก็ไม่เจอตัวมีแต่รอยเท้าและรอยเหมือนหางลากดิน
ขณะที่นายปรัชญา เผยว่า ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ให้ตนและประมงจังหวัดลพบุรี ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ซึ่งทางประมงจังหวัดลพบุรี ได้ทำข้อมูลสื่อสารกับประชาชน โดยมีข้อมูลความปลอดภัยเกี่ยวกับจระเข้ การติดต่อกรณีพบเจอจระเข้จะแจ้งใครอย่างไร ทั้งแม่น้ำลพบุรีบริเวณนี้มีพื้นที่ติดต่อกับ อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา จะต้องมีการประสานกับนายอำเภอบ้านแพรกให้ทราบ เพื่อจะได้ป้องกันและระมัดระวัง

ด้านนายสง่า คำพันธ์ ประมงจังหวัดลพบุรี เผยว่าหลังจากที่ทีมเจ้าหน้าที่ได้มาดูสภาพจุดที่พบเจอจุดที่คาดว่าจะเป็นร่องรอยจระเข้ พร้อมได้เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำถึงเหตุที่จะเกิดขึ้นได้แม้ว่าจะไม่ชี้ชัดว่าร่องรอยนั้นเป็นจระเข้หรือไม่ แต่จากที่ผู้นำชุมชนได้เห็นลักษณะที่เป็นครีบหางและการว่ายก็เป็นตัวบ่งชี้ได้เพราะหางจระเข้กับหางตัวเงินตัวทองก็มีความแตกต่าง จึงได้ทำสื่อแผ่นปลิวว่าหากพบเจอจระเข้ต้องแจ้งอย่างไรที่เจ้าหน้าที่จะได้ออกมาดำเนินการและวิธีปฏิบัติตัวหากพบเจอจระเข้อย่างกระชั้นชิดจะมีการหลีกเลี่ยง นอกจากนี้ได้ประสานกับศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดลพบุรี นำกรงโดยใช้อาหารล่อในการดักจับจระเข้ออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นมาตรการจากเบาไปหาหนักเพราะแม่น้ำลพบุรีมีพื้นที่ที่จะจับจระเข้ได้ไม่จำกัดต้องใช้วิธีนี้ หลังจากนี้ได้ประสานหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้มาดำเนินการกำจัดออกจากแหล่งน้ำ

พร้อมกันนี้ได้ประสานกับกำนันตำบลโก่งธนู จัดชุดเฝ้าระวังในการติดตามดูพฤติกรรม ซึ่งจากการสังเกตุที่ริมน้ำวัดตะโกเป็นพื้นที่ที่มีพงหญ้าและเป็นแหล่งน้ำที่มีปลาชุกชุมเป็นแหล่งอาหาร จึงคาดว่าน่าจะอยู่บริเวณนี้หรือไม่ไกลจากนี้เพราะมันเป็นป่ารกและเราเห็นร่องรอยการเคลื่อนตัว แต่รอยเท้าก็ยังบ่งชี้ชัดไม่ได้เพราะบริเวณนี้ยังมีตัวเงินตัวทองที่มีลักษณะตัวใหญ่อาศัยอยู่ด้วย แต่ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกเพราะจระเข้ไม่ได้ดุร้ายเที่ยวไล่ทำร้ายคน เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำก็จะเกิดความปลอดภัย โดยจากข้อมูลที่ได้รับจากผู้นำชุมชนตนเองคาดว่าราว 70 เปอร์เซ็นต์เป็นจระเข้ แต่ก็ต้องให้เห็นลักษณะการว่ายน้ำของสัตว์ดังกล่าวก่อนว่าเป็นจระเข้ หรือตัวเงินตัวทองเพราะมันมีการว่ายที่ต่างกัน หากทางชุมชนสามารถถ่ายภาพก็จะเป็นตัวชี้ชัดได้ ทั้งนี้สำนักงานประมงจังหวัดลพบุรี จะเร่งดำเนินการเพื่อคลายความกังวลของประชาชน




