มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผนึกกำลังภาคเอกชนไทยสนับสนุนคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนการจัดงานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ร่วมจากการอนุรักษ์ป่า การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การเป็นเจ้าภาพของรัฐบาลไทย โดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก และใช้เวทีสำคัญนี้ในการแสดงศักยภาพ ถ่ายทอดเรื่องราวและเอกลักษณ์ไทยสู่สายตานานาชาติ ตลอดจนสะท้อนบทบาทสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงินโลก
ภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนประกอบด้วย ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์,บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด,บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (Thailand Supply Chain Network: TSCN) ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนพลังของภาคธุรกิจไทยในการร่วมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนในการจัดการประชุมระดับโลกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
โดยมี นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) พร้อมด้วย ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ นายฐาปน สิริวัฒนภักดีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมถ่ายภาพในโอกาสดังกล่าว
คาร์บอนเครดิตที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการจัดการคาร์บอนในป่าชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ซึ่งใช้การบริหารจัดการป่าชุมชนเป็นกลไกกักเก็บคาร์บอน ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ ตลอดจนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้จากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้แก่ชุมชนท้องถิ่น ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมทั้งด้านสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความเข้มแข็งของชุมชนโดยแนวทางดังกล่าวนี้สะท้อนถึงการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงสอดคล้องตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการปลูกป่าควบคู่กับส่งเสริมให้คนสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมายที่ 15 ระบบนิเวศบนบก ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายที่8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเป้าหมายที่ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการผนึกกำลังระหว่างภาคธุรกิจ องค์กรด้านการอนุรักษ์ ชุมชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดงาน แต่ยังเป็นการสะท้อนบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนไทยในการสนับสนุนวาระสำคัญของประเทศ ผ่านการใช้กลไกคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้เพื่อสร้างคุณค่าร่วมด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม อันจะช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว



