สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่านายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี กล่าวว่า รัฐบาลอนุมัติอนุมัติมาตรการรักษาความปลอดภัยชุดใหม่ หลังเกิดเหตุจลาจลในเมืองมิลาน และอีกหลายพื้นที่ในประเทศ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที โดยผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่มีตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยสาธารณะระหว่างการประท้วง อาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และปรับเป็นเงินสูงสุด 20,000 ยูโร ( ราว 754,780 บาท ) โดยบทลงโทษจะหนักขึ้น หากผู้ก่อเหตุปกปิดใบหน้าหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บ


ขณะเดียวกัน ทางการสามารถสั่งให้ผู้ก่อเหตุชดใช้ค่าเสียหายได้ทันที และหากผู้กระทำผิดเป็นผู้เยาว์ ผู้ปกครองต้องร่วมรับผิดชอบค่าเสียหายด้วย ขณะที่ตำรวจมีอำนาจควบคุมตัวเยาวชนอายุ 14-17 ปีได้ แม้ยังไม่ได้ก่ออาชญากรรม หากมีหลักฐานบ่งชี้ว่า บุคคลดังกล่าวมีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อสังคม


นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมส่งทหาร 500 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับตำรวจในกรุงมิลาน จนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อเสริมความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญ เพิ่มการลาดตระเวน และเฝ้าระวังสถานที่อ่อนไหว


นอกเหนือจากการประท้วงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. นี้ คู่ขนานกับการประท้วงที่ฝรั่งเศส รัฐบาลอิตาลีกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก จากการประท้วงของคนขับรถบรรทุก ที่ชุมนุมกันตามเมืองทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งไม่พอใจราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่พุ่งสูง จนมีการปิดถนน


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ผู้ผลิตพาสต้าบางรายต้องหยุดการผลิต ส่วนภาคเกษตรเตือนว่าผักและผลไม้บางส่วนอาจเน่าเสีย ด้านรัฐบาลรับปากจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้ประกอบการขนส่ง แต่ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนออกมา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES